เบื้องหลัง 4 นวัตกรรมจากทีมนวัตกรทรู ผู้คว้ารางวัล Chairman Award จากเวที CP Innovation Exposition 2026 กับการเปลี่ยนโจทย์ท้าทายให้เป็นโซลูชันเพื่อธุรกิจ และสร้างความหมายในชีวิตของผู้คน

20 ตุลาคม 2569

Chernporn Kongma

Chernporn Kongma


ในยุคที่เทคโนโลยีขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิต นวัตกรรมไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือเครื่องมือสำคัญในการแก้โจทย์ธุรกิจและสร้างความหมายให้กับชีวิตของผู้คน

ในงาน CP Innovation Exposition 2026 ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” มีผลงานนวัตกรรม 319 ผลงานที่บุคลากรเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วโลกส่งเข้าประกวด โดยมี 90 ผลงานที่ได้รับเลือกเพื่อจัดแสดงในงาน และมีผลงานจำนวนหนึ่งที่มีความโดดเด่นและสามารถคว้ารางวัลสูงสุดอย่าง Chairman Award มาครองได้

ในบรรดาผลงานที่ได้รับรางวัลปีนี้ มี 4 นวัตกรรมที่สร้างสรรค์โดยทีมนวัตกรทรู ที่แม้จะเริ่มจากโจทย์ที่ต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การมองเห็นปัญหาแล้วนำองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีมาทดลองหาทางแก้ จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรของทรูที่เชื่อมั่นว่า ‘ทุกคนเป็นนวัตกรได้’

นวัตกรรมกล้องอัจฉริยะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ

ทุกวันนี้กล้องวงจรปิดกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในธุรกิจ โจทย์ใหญ่เวลานี้จึงไม่ใช่การบันทึกภาพเหตุการณ์อีกต่อไป แต่คือการนำข้อมูลภาพและวิดีโอจำนวนมหาศาลมาวิเคราะห์และต่อยอดเพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน ซึ่งเป็นที่มาของนวัตกรรม กล้องอัจฉริยะ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ ที่ยกระดับกล้องวงจรปิดจากการ “มองเห็น” สู่การ “ลงมือทำ” ได้

True Smart AI Camera

“โจทย์ที่เราเจอคือ ลูกค้าอยากรู้ต่อว่าข้อมูลพื้นฐานที่เขามี เช่น จำนวนคนเข้าพื้นที่ ควรนำไปใช้จัดการงานอย่างไร หรือต่อยอดอะไรได้บ้าง ทีมเราจึงตั้งคำถามว่า จะมีโซลูชันไหนที่ทำให้กล้องมองเห็น เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้า และลงมือทำ เพื่อสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจของลูกค้าได้” สาวิตรี หงษ์วิหค หนึ่งในนวัตกรของทีม เล่าถึงโจทย์เริ่มต้น

ทีมนวัตกรจึงพัฒนาแพลตฟอร์มที่ผสานภาพและวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเข้ากับ AI เพื่ออ่าน วิเคราะห์ และทำความเข้าใจภาพจากกล้อง พร้อมเชื่อมโยงสิ่งที่ตรวจพบเข้ากับกระบวนการทำงานแบบเรียลไทม์ ระบบจึงไม่ได้ทำแค่ตรวจจับและแจ้งเตือน แต่ยังส่งต่อข้อมูล ติดตามผลการดำเนินการ ประสานงาน และตรวจสอบสถานะได้ด้วยตัวเอง

“ตัวอย่างในธุรกิจรีเทล หาก AI ตรวจพบว่ามีลูกค้ารอคิวมากกว่า 5 คน ระบบจะส่งแจ้งเตือนให้สาขาเปิดจุดชำระเงินเพิ่ม แต่ถ้าผ่านไป 5 นาทียังไม่มีการดำเนินการใดๆ ระบบจะส่งแจ้งเตือนให้ผู้รับผิดชอบอีกระดับ หรือหากสถานการณ์คลี่คลาย ก็ปิดระบบจบเองได้” สาวิตรี อธิบายให้เห็นภาพการทำงาน

Smart AI Camera_

จากการทำงานที่ได้เจอโจทย์ของลูกค้าในหลากหลายธุรกิจ ทีมนวัตกรจึงได้รวบรวม Use Case ต่างๆ ไว้ใน AI Library ซึ่งสามารถปรับให้เข้ากับเงื่อนไขการใช้งานได้กว่า 300 รูปแบบ ที่ผ่านมาไม่เพียงช่วยในเรื่องระบบการทำงาน แต่ช่วยลดการปะทะระหว่างบุคคล รวมไปถึงความใส่ใจในทุกชีวิต

“เราเพิ่งได้นำไปใช้ในโครงการบ้านจัดสรรที่ต้องตรวจสอบรถจอดกีดขวาง แต่เดิม รปภ. จะคอยถ่ายภาพและแจ้งเตือนลูกบ้าน ตอนนี้ระบบก็เก็บข้อมูลและแจ้งเตือนได้อัตโนมัติ ลดการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ หรือเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา กล้องและระบบตรวจเจอสัตว์เลี้ยงที่พลัดหลงออกจากบ้านได้เช่นกัน” สาวิตรี เล่าตัวอย่างจากหน้างาน

จากนี้ทีมนวัตกรวางแผนพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าในหลากหลายธุรกิจต่อไป
“เมื่อเห็นว่าลูกค้านำนวัตกรรมนี้ไปใช้ในกระบวนการทำงานได้จริง เป็นประโยชน์กับเขา เรารู้สึกว่าการทำงานที่ผ่านมามีความหมาย และรู้สึกว่าสิ่งเราสร้างนี้มีคุณค่าต่อลูกค้าอย่างแท้จริง” สาวิตรี กล่าวถึงความรู้สึกทิ้งท้าย

CORGI นวัตกรรมผู้ช่วยนักกายภาพบำบัดอัจฉริยะ

การทำกายภาพบำบัดร่างกายของผู้ป่วยเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่สำหรับผู้ป่วยโรคติดต่ออย่างวัณโรค การเข้าไปช่วยกายภาพบำบัดอาจเพิ่มความเสี่ยงให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีจำกัดได้

โจทย์นี้คือจุดเริ่มต้นของ CORGI หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด ที่ True Innovation Center พัฒนาร่วมกับ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนงานกายภาพบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยวัณโรคหลังการผ่าตัด โดยผสาน Robotics, AI Vision Edge Computing และ Telemedicine เข้าด้วยกัน

True CORGI Robot

สุริยา ก้อนคำ Project Manager ของงานนี้เคยนำทีมพัฒนา “HAPPY” หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ซึ่งได้รับรางวัล Chairman Award 2025 สุริยาเล่าว่า แม้ทั้งสองโปรเจกต์จะใช้หุ่นยนต์เหมือนกัน ทว่าโจทย์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเริ่มเป็นอัลกอริทึมใหม่ทั้งหมด 100%

“ครั้งนี้เรามีเป้าหมายในการลดการสัมผัสระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วยให้เหลือศูนย์ จึงต้องเริ่มจากการทำ Design Thinking กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งท้ายที่สุดสรุปออกมาเป็น 3 ฟีเจอร์สำคัญคือ หนึ่ง Telerehabilitation หรือการกายภาพบำบัดทางไกล สองคือ Zero-Contact Delivery สำหรับขนส่งอาหารและยา และสามคือ Automated Personalized EHR บันทึกเวชระเบียนรายบุคคลอัตโนมัติ ผ่านหุ่นยนต์กายภาพในรูปลักษณ์สุนัข CORGI ที่ดูเป็นมิตร ซึ่งออกแบบโดยภาควิชาออกแบบอุตสาหกรรม จุฬาฯ” สุริยา อธิบาย

True CORGI Robot

ขณะที่ ณรงค์ฤทธิ์ พูลทรัพย์เจริญ Project Leader ขยายภาพการทำงานว่า “ทีมงานได้มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม AI ภายใต้ชื่อ ‘Autonomous Viewpoint Optimization’ เพื่อยกระดับการประเมินและติดตามการกายภาพบำบัดอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ ‘CORGI’ สามารถเคลื่อนที่และปรับมุมมองกล้องได้เองแบบอัตโนมัติ”

เบื้องหลังการทำงานของ CORGI คือ แนวคิด Human Expertise Model ที่นำความรู้และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญมาผสานกับระบบ AI โดยมีหุ่นยนต์เป็นส่วนที่นำเทคโนโลยีไปใช้งานจริง แนวทางนี้นำมาต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่งานอื่นเพื่อขยายประโยชน์ให้ผู้ป่วยในวงกว้างได้ในอนาคต

“นวัตกรรมนี้ได้ยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญที่รองรับการทำงานของ Medical AI Platform ที่จะทำหน้าที่รวมศูนย์องค์ความรู้เฉพาะทางทางการแพทย์ของประเทศไทยในอนาคตอันไกล้นี้” ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

EnergySense นวัตกรรม AI ด้านการบริหารพลังงานเครือข่ายโทรคมนาคม

เบื้องหลังสัญญาณสื่อสารที่ผู้คนใช้ในชีวิตประจำวัน คือพลังงานไฟฟ้าจำนวนมากที่ขับเคลื่อนสถานีฐานทั่วประเทศ ยิ่งการใช้งานมือถือเพิ่มขึ้น โครงข่ายยิ่งต้องใช้พลังงานเพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลที่มากขึ้น โจทย์นี้ทำให้ทีมนวัตกร Network ทรูต้องหาวิธีบริหารพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาคุณภาพสัญญาณสำหรับบริการลูกค้า

True EnergySense

“ที่ผ่านมาบริษัทใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตหลายราย ซึ่งมีโซลูชันบริหารพลังงานแยกกัน จึงไม่สามารถประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ ทีมจึงเริ่มพัฒนาโซลูชันขึ้นเอง โดยใช้ความสามารถด้าน AI และ Machine Learning ของคนในทีม เพื่อบริหารจัดการพลังงานของเสาสื่อสาร” วีระธัช วิฑูรชาติ Project Leader ของทีม EnergySense เล่าถึงจุดเริ่มต้น

EnergySense คือนวัตกรรม AI สำหรับบริหารจัดการพลังงานโครงข่ายโทรคมนาคม ที่ต่อยอดจากนวัตกรรม GENIE: Green Energy Network IntelligencE ซึ่งได้รับรางวัล Chairman Award 2025 และได้รับการรับรอง Autonomous Network Level 4 จาก TM Forum ในหมวด RAN Energy Efficiency Optimization

“แรกเริ่มคือการพัฒนา GENIE ที่ใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์และคาดการณ์ปริมาณการใช้งานเครือข่าย เพื่อนำข้อมูลมาบริหารการทำงานของย่านความถี่ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน ปีนี้ทีมได้นำเสนอ EnergySense ที่นำเทคโนโลยี IoT เข้ากับระบบ AI และ Machine Learning เพิ่มความสามารถในการควบคุมพลังงานระดับฮาร์ดแวร์ในสถานีฐานได้โดยตรง”

ปัจจุบัน EnergySense เริ่มนำมาใช้บริหารจัดการพลังงานในระดับอุปกรณ์ โดยต้องพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละสถานีฐานและช่วงเวลาการใช้งาน เพื่อประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ เครือข่าย และคุณภาพบริการที่ลูกค้าได้รับ

True EnergySense

“ความท้าทายคือ การสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพของเครือข่าย คุณภาพการให้บริการ และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าสูงสุด เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การลดพลังงานและค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว” วีระธัช ย้ำถึงเป้าหมายสำคัญ

ในระหว่างนี้ ทีมนวัตกรยังคงมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาต่อยอด โดยหนึ่งในแนวทางที่กำลังศึกษา คือ Quantum Computing ซึ่งอาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการคำนวณและวิเคราะห์ตัวแปรที่ซับซ้อน เพื่อหาแนวทางประหยัดพลังงานได้มากขึ้น โดยไม่กระทบคุณภาพสัญญาณและส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ดีที่สุด

ว่องไว (Wong-WAI) แพลตฟอร์ม AI บริหารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร

ข้อความเพียงหนึ่งโพสต์ในโลกออนไลน์อาจกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อชื่อเสียงขององค์กรได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ข้อมูลด้านลบจากสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดียมีปริมาณมหาศาล การติดตามตรวจสอบข้อความด้วยกำลังคนจึงเป็นความท้าทาย

จากปัญหานี้ ทีมนวัตกรทรูที่ดูแลงานด้านการจัดการวิกฤติ จึงได้เริ่มต้นคิดและพัฒนาระบบอัตโนมัติที่ช่วยคัดกรองข้อความที่เสี่ยงต่อชื่อเสียงองค์กร ก่อนต่อยอดด้วย AI ในยุคที่เทคโนโลยีพร้อมรองรับการทำงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็น ว่องไว (Wong-WAI) แพลตฟอร์ม AI บริหารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กรแห่งแรกของประเทศไทย

True Wong Wai

“ทีมเราพัฒนานวัตกรรมเพื่อรับมือกับงานนี้ตั้งแต่ปี 2019 เริ่มจากการใช้ Rule-based หรือระบบกติกาที่ทีมออกแบบขึ้นเพื่อวิเคราะห์ข้อความจาก Social Listening ทั้งความรู้สึก บริบท และประเด็นที่กำลังพูดถึง โดยใช้กำลังคนเป็นหลัก จนเมื่อปี 2024 ทีมได้รับการสนับสนุนจาก True Lab ให้พัฒนาระบบอย่างจริงจัง โดยนำ AI เข้ามาทำงานร่วมกับกติกาที่มีอยู่เดิม” ฐิติรัตน์ สิริวรโชติโภคิน Project Leader ของทีมว่องไว เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ได้คิดและพัฒนางานร่วมกับ จิรันตน์ วิธานวัฒนา

ในช่วงการพัฒนาระบบ ทีมนวัตกรทรูได้ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ BOTNOI Group สตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน AI และ Data Science ที่เข้ามาเติมเต็มงานด้านวิศวกรรมระบบ โดยนำ AI และ Machine Learning มาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ ทำให้ระบบตีความภาษาได้แม่นยำ เข้าใจบริบทของข้อความ ทั้งความรู้สึกของผู้โพสต์และประเด็นที่กำลังพูดถึง

“จุดเด่นของว่องไวคือ การใช้ AI และ Machine Learning วิเคราะห์ข้อมูล Social Listening ร่วมกับระบบ Rule-based เพื่อประเมินความเสี่ยงจากแนวโน้มการมีส่วนร่วมและการเติบโตของประเด็นบนโลกออนไลน์ และแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือได้ทัน และยังมีฟีเจอร์ช่วยเสนอแนวทางการสื่อสารเบื้องต้น เช่น การร่าง PR Statement ตามประเภทของเหตุการณ์ เพื่อให้ทีมทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” ฐิติรัตน์ อธิบาย

True Wong Wai

การพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การแจ้งจดทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการเผยแพร่งานวิจัยในระดับนานาชาติ
“เราหวังว่าในอนาคต ว่องไวอาจต่อยอดสู่การช่วยคัดกรองข่าวปลอม และข้อมูลที่เป็นภัยต่อเด็กและเยาวชน ขยายสู่การเฝ้าระวังความเสี่ยงในโลกออนไลน์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น” ฐิติรัตน์ กล่าวถึงทิศทางในอนาคต

เรื่องราวของทั้ง 4 นวัตกรรมของทรู แสดงให้เห็นถึงพลังของคนทำงานที่นำความเชี่ยวชาญมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เพื่อให้เทคโนโลยีไม่ได้เพียงขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า แต่ยังสร้างคุณค่าให้กับผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืน