จาก Smart Devices สู่ Intelligent Care: AI Pet Care บอกอะไรเราเกี่ยวกับอนาคตของ TrueX

09 มิถุนายน 2569

True Blog Team

True Blog Team


Smart Home กำลังกลายเป็นวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบัน “บ้าน” ไม่ได้เป็นเพียง “พื้นที่แบบนิ่ง” แต่มันคือ “สภาพแวดล้อม” ที่รับรู้ ตอบสนอง และดูแลชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้ดีขึ้น ดังนั้น องค์ประกอบ ที่ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยกลายเป็น smart home จึงไม่ควรทำให้ชีวิตซับซ้อนขึ้น แต่ควรทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเข้าใจเรามากขึ้น

และวันนี้ “บ้าน” ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่อาศัยอยู่ข้างในเท่านั้น สำหรับหลายครอบครัวในไทย บ้านยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงที่ค่อย ๆ กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวด้วย นี่คือเหตุผลที่ AI Pet Care โซลูชันสมาร์ทลิฟวิ่งใหม่จาก TrueX ไม่ได้รู้สึกเหมือนเป็นเพียงสินค้า smart home อีกหนึ่งชิ้นแต่มัน เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายและเป็นมนุษย์มากกว่านั้น เทคโนโลยีจะช่วยให้เราดูแลสิ่งมีชีวิตที่พูดกับเราไม่ได้ ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ในสังคมไทยวันนี้ สัตว์เลี้ยงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในบ้านอีกต่อไป แต่เป็นเพื่อน เป็นความ ผูกพัน เป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นพื้นที่ทางใจ และสำหรับหลายคนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว

การเปลี่ยนแปลงนี้มีทั้งมิติทางความรู้สึกและมิติทางเศรษฐกิจ

ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 60.4 พันล้านบาทในปี 2025 โดยมีสุนัขราว 3.5 ล้านตัว และแมวราว 2 ล้านตัว แต่สัญญาณที่น่าสนใจกว่านั้น ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของตลาดเพียงอย่างเดียว

มันอยู่ที่ “วิธีใช้จ่าย” ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง ค่าใช้จ่ายทั่วไปของเจ้าของสัตว์เลี้ยงอาจอยู่ที่ประมาณ 7,745 บาทต่อปี แต่สำหรับกลุ่มที่มองสัตว์เลี้ยงแบบ pet humanization หรือดูแลเสมือนสมาชิกในครอบครัว ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 55,000 บาทต่อปี ตัวเลขนี้บอกเราชัดเจนว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ไม่ได้มองหาแค่อาหาร ของเล่น การอาบน้ำตัดขน หรืออุปกรณ์พื้นฐานอีกต่อไป พวกเขากำลังมองหา โซลูชัน ที่ช่วยให้พวกเขา เข้าใจ ดูแล ปกป้อง และเชื่อมต่อ กับสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลา ที่ไม่ได้อยู่บ้าน

ตรงนี้เองที่ AI Pet Care เข้ามามีบทบาท

หัวใจของโซลูชันนี้คือ AI-powered visual intelligence ผ่านกล้องอัจฉริยะที่รองรับระบบ AI สามารถ ตรวจจับ และจำแนกพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวันได้ เช่น การกินอาหาร กินน้ำ เลียขน หาว เล่น หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคน

ขณะเดียวกัน ระบบยังช่วยสังเกตพฤติกรรมที่อาจมีความเสี่ยงหรือผิดปกติ เช่น กัดเฟอร์นิเจอร์ กัดสายไฟ ไล่งับหางตัวเอง หรือทะเลาะกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น สำหรับ pet parents สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ

แต่มันคือ “ช่วงเวลาที่เราอาจพลาดไป” ในแต่ละวัน วันนี้เขากินข้าวปกติไหม ระหว่างที่เราไม่อยู่บ้าน เกิดอะไรขึ้นบ้าง พฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า หรือเป็นสัญญาณบางอย่างที่เราควรใส่ใจ

AI Pet Care จัดเรียงช่วงเวลาเหล่านี้ออกมาเป็น highlight albums, activity timelines, statistics, reports และ AI-powered recommendations พูดง่าย ๆ คือ ระบบไม่ได้แค่บันทึกว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่มันช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง “เข้าใจ” สิ่งที่เกิดขึ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม คุณค่าที่แท้จริงของ AI Pet Care ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นเข้าไปในบ้านแต่อยู่ที่การเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้กลายเป็นบริการ

ที่ฉลาดขึ้น ความแตกต่างนี้สำคัญมาก ที่ผ่านมา สินค้า smart home จำนวนมากมักถูกเข้าใจในฐานะ ฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ลำโพง เซนเซอร์ tracker หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อรูปแบบต่าง ๆ แต่ปัญหาคือ อุปกรณ์จำนวนมากทำงานแยกกัน คนละแอป คนละหน้าจอ คนละข้อมูล คนละประสบการณ์ ผลลัพธ์คือ smart home ที่ควรทำให้ชีวิตง่ายขึ้น กลับกลายเป็นระบบที่กระจัดกระจายและไม่เชื่อมโยงกันเท่าที่ควร AI Pet Care ชี้ให้เห็นทิศทางอีกแบบหนึ่ง

กล้องอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่ “ความฉลาด” ต่างหากที่กลายเป็นบริการ

Visual AI ช่วยตรวจจับพฤติกรรม Cloud services ช่วยประมวลผลข้อมูลแพลตฟอร์มของ TrueX ช่วยจัดระบบประสบการณ์ให้ใช้งานง่ายขึ้น และความสามารถด้าน voice หรือ smart assistant สามารถ ทำให้การใช้งานเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทภาษาไทย เมื่อเวลาผ่านไป อุปกรณ์อื่น ๆ ยังสามารถเชื่อมต่อเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลและประสบการณ์ในบ้านไหลลื่นมากขึ้นทั้งระบบ

นี่คือเหตุผลที่ความร่วมมือกับ T3 Technology และ Tuya มีความสำคัญ ผ่านความร่วมมือแบบใกล้ชิดกับหนึ่งในแพลตฟอร์ม smart home ระดับโลกที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อจำนวนมากที่สุด และการร่วมกันพัฒนาโมเดล AI กับ T3 Technology ทำให้ TrueX สามารถต่อยอดจาก ecosystem ของอุปกรณ์ที่รองรับ และมีอยู่แล้วในประเทศไทย นั่นทำให้ AI Pet Care ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เดี่ยว ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง พื้นฐานด้าน smart living ที่ใหญ่กว่าเดิม อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้มีความหมาย เฉพาะในเชิงเทคโนโลยี เท่านั้น แต่มันยังมีความหมายในเชิง “คน” ด้วย

ไอเดียจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านโครงการ CP Exponential Surge

AI Pet Care เริ่มต้นจากทีม True Paw กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มารวมตัวกันผ่านโครงการ CP Exponential Surge 2024 ซึ่งเป็นโครงการภายในของเครือ CP ที่เปิดพื้นที่ให้พนักงานศักยภาพสูงได้คิด ทดลองและทำงาน แบบผู้ก่อตั้งธุรกิจจริง จุดเริ่มต้นของทีมไม่ได้มาจากคำถามว่า “เราจะขายเทคโนโลยีอะไรได้บ้าง”

แต่มาจากคำถามที่สำคัญกว่า “ปัญหาอะไรที่ควรถูกแก้จริง ๆ” ความต่างตรงนี้สำคัญทีมมองเห็นการเติบโต ของกลุ่ม pet parents ในประเทศไทย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกเขาเข้าใจความจริงพื้นฐานข้อหนึ่งว่า … สัตว์เลี้ยงพูดไม่ได้ เมื่อเจ้าของไม่อยู่บ้าน พวกเขากังวล เมื่อกลับมาบ้าน พวกเขาอาจพลาดช่วงเวลา สำคัญบางอย่าง เมื่อพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป พวกเขาอาจไม่แน่ใจว่านั่นคือเรื่องปกติ ความเสี่ยง หรือสัญญาณที่ควรใส่ใจ ตรงนั้นเองที่กลายเป็นโอกาสของทีม

เส้นทางการพัฒนา AI Pet Care

พชร แหวนทองคำ หัวหน้าสายงานดิจิทัลโฮม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น อธิบายว่า เส้นทางการพัฒนา AI Pet Care ไม่ใช่เพียงการ นำเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาแล้วแปลให้เป็นภาษาไทยแต่งานที่ยากกว่านั้น คือการผสาน ความสามารถด้าน AI และ IoT เข้ากับบริบทของผู้ใช้งานไทยจริง ๆ เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงแต่ละบ้าน ไม่เหมือนกัน บางคนอยู่คอนโด บางคนอยู่บ้านเดี่ยว บางบ้านเลี้ยงสัตว์ในบ้าน บางบ้านมีพื้นที่กึ่งในบ้าน กึ่งนอกบ้าน บางครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงมากกว่าหนึ่งตัว บางคนมีกล้องอัจฉริยะอยู่แล้ว และบางคนอาจไม่ อยากซื้อฮาร์ดแวร์ ราคาแพงชิ้นใหม่ เพียงเพื่อเข้าถึง ฟีเจอร์อัจฉริยะเพิ่มเติม

ความจริงเหล่านี้ส่งผลต่อ ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์และแนวทางการนำออกสู่ตลาด แทนที่จะบอกให้ลูกค้า เปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมด ที่มีอยู่ AI Pet Care ถูกออกแบบให้เป็น service หรือ subscription layer ที่สามารถ ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ ที่รองรับได้ พูดให้เรียบง่ายที่สุด ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่กล้อง แต่กำลังซื้อ “ความฉลาด” ที่อยู่เบื้องหลังกล้องนั้น

AI capability, Cloud services, Behavior analytics, Recommendations และประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกัน มากขึ้น นี่คือจุดที่ AI Pet Care ใหญ่กว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น เพราะมันสะท้อนการขยับโมเดลธุรกิจ ของ TrueX จากธุรกิจที่พึ่งพาฮาร์ดแวร์ ไปสู่โมเดลแบบ intelligence-and-subscription

ฮาร์ดแวร์ยังสำคัญ แต่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดอีกต่อไป ฮาร์ดแวร์กลายเป็นประตูเข้าสู่บริการต่อเนื่อง ประสบการณ์ ลูกค้าที่ลึกขึ้น และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งนี้เชื่อมโยงโดยตรง กับภาพใหญ่ ของ True ในการก้าวสู่การเป็น telco-tech company เพราะ telco-tech ไม่ได้หมายถึง บริษัทที่มีแค่ connectivity การเชื่อมต่อยังคงเป็นรากฐานสำคัญ แต่โอกาสที่แท้จริงคือการสร้าง บริการอัจฉริยะ บนรากฐานนั้นผ่านการ ผสาน network capability, AI, data, cloud, devices, platforms และความไว้วางใจจากลูกค้า ให้กลาย เป็นคุณค่าที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

AI Pet Care จึงเป็น ตัวอย่าง ที่จับต้องได้ของการเปลี่ยน ผ่านนี้มันเชื่อมระหว่างวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี กับคุณค่าของมนุษย์ มันสะท้อนว่า TrueX สามารถขยับ จากบทบาท ของผู้ขายผลิตภัณฑ์ ไปสู่ผู้ให้บริการ connected intelligence ได้อย่างไร และยังแสดงให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ของไทยสามารถเปลี่ยน customer insight ให้กลายเป็น business case ที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร AI จึงไม่ใช่แนวคิดไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นบริการในบ้านที่ใช้งานง่าย เข้าใจชีวิตจริง และช่วยยกระดับการดูแลในทุกวัน และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

Pet care อาจเป็น use case แรกที่ชัดเจน แต่ตรรกะเดียวกันสามารถขยายไปสู่ smart living ในมิติอื่น ๆ ได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในบ้าน การดูแลผู้สูงอายุ การจัดการพลังงาน การดูแลคนในครอบครัว ระบบอัตโนมัติของเครื่องใช้ไฟฟ้า ความปลอดภัย สุขภาวะ และผู้ช่วยอัจฉริยะที่เข้าใจภาษาไทย และบริบท ของคนไทยมากขึ้น ดังนั้น AI Pet Care จึงไม่ใช่เพียงโซลูชันสำหรับสัตว์เลี้ยง แต่มันคือสัญญาณของ ทิศทาง ใหม่ ที่ TrueX สามารถเดินต่อได้ จาก device สู่ service จาก hardware สู่ intelligence
จาก smart home สู่ smarter living และที่สำคัญที่สุด อาจเป็นการเปลี่ยนจากเทคโนโลยีที่เพียง “เชื่อมต่ออุปกรณ์” ไปสู่เทคโนโลยีที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้คนมากขึ้น

 

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ AI Pet Care ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.true.th/truex/aipetcare


Related Content
View All