Createch Living Space พื้นที่ออฟฟิศสุดสร้างสรรค์ ที่ตั้งใจออกแบบเพื่อความสุขของพนักงานทรูทุกคน

เพราะชีวิตในวันทำงานแต่ละวันของหลายๆคน ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน จะดีแค่ไหนถ้าวันที่มาทำงานที่ออฟฟิศก็เหมือนว่าเราอยู่ที่บ้าน จะเลือกนั่งทำงานอยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นวิวดีที่สุดของอาคาร ล้อมวงคุยงานกับทีมได้แบบอิสระ แถมมีมุมผ่อนคลายให้พักสมองได้ตามใจต้องการ

 

เมื่อพฤติกรรมและวิถีการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป พื้นที่ทำงานในฝันจึงไม่ใช่โต๊ะกั้นพาร์ทิชันจำกัดกรอบพื้นที่ หรือโต๊ะทำงานประจำที่ต้องนั่งทำงานทุกวันอย่างจำเจ โดยที่ผ่านมามีงานวิจัยมากมายระบุว่า การที่พนักงานได้ทำงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างชัดเจน

 

ไม่น่าแปลกใจที่ออฟฟิศสวยงามทันสมัยในฝันของคนรุ่นใหม่กลายเป็นเทรนด์ที่องค์กรระดับโลกต่างพากันสร้างสรรค์ให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศของ Google, Apple, Lego หรือ Airbnb ที่ต่างก็เน้นความครีเอทีฟ และบรรยากาศสนุกสนาน กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน จนคล้ายเป็นบ้านหลังที่สอง

 

สำหรับในประเทศไทย ออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน โดยเฉพาะในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างกลุ่มทรู

 

ทรู ให้ความสำคัญเรื่อง People และดูแลพนักงานในทุกมิติอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่พนักงานทำงานที่ทรู ซึ่งพื้นที่ทำงานเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทรูสร้างสรรค์อย่างใส่ใจ เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ด้วยความเข้าใจที่แท้จริง โดยทรูได้รีโนเวทพื้นที่ออฟฟิศให้กว้างขวาง และทันสมัย ภายใต้แนวคิด Createch Living ให้พนักงานทรูทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน

ออฟฟิศที่ออกแบบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
 

Createch Living Space ของทรูเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการเสริมสร้างการทำงานที่สนุก ผ่อนคลาย และเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ให้พนักงานทุกคน โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่มองเห็นได้เป็นรูปธรรมที่สุดนั่นคือ การออกแบบและตกแต่งออฟฟิศให้สวยงาม มีบรรยากาศแบบเปิดกว้าง เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ทุกวัน พร้อมไปกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้พนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิต เพื่อให้ออฟฟิศแห่งนี้เป็นเสมือนบ้านที่น่าอยู่ของทุกคน
 

และที่สำคัญ ก่อนที่จะออกแบบ Createch Living Space ต้องผ่านการเก็บข้อมูล Insight ความต้องการของพนักงาน และนำมาเป็นโจทย์เพื่อออกแบบให้ตรงความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง

พื้นที่ทำงานในแต่ชั้นจึงถูกเปลี่ยนโฉม เปิดมุมดีที่สุดและสวยที่สุดให้เป็นพื้นที่ทำงานที่พนักงานทุกคนสามารถเลือกใช้ได้อย่างอิสระ เน้นการตกแต่งที่สวยงามสบายตา ตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลาย และพรั่งพร้อมด้วยกิจกรรมและสันทนาการที่ช่วยให้พนักงานได้ทำงานพร้อมกับสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
 
จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเดินลงบันไดที่เชื่อมต่อกันระหว่างชั้น ก็จะได้เห็นบรรยากาศการทำงานสุดครึกครื้น เสียงสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะ พร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขในการทำงานของคนที่นี่ได้อย่างแท้จริง 
 
ถึงตอนนี้จะพาไปสำรวจออฟฟิศที่ออกแบบและสร้างขึ้นจากความรัก ความเข้าใจ และความใส่ใจ ที่ทรูมีให้พนักงานไปด้วยกัน
 

นั่งทำงานในบรรยากาศไม่ซ้ำ เพราะทุกชั้นตกแต่งในธีมที่ต่างกัน

 
แค่เลือกที่นั่งก็ทำงานก็สนุกแล้ว! ทุกคนเลือกที่นั่งทำงานในบรรยากาศแบบห้าวันไม่ซ้ำกันได้ เพราะ Createch Living Space ตกแต่งในธีมที่แตกต่างกันทุกชั้น เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เปลี่ยนบรรยากาศเลือกที่นั่งได้ตามความชอบ ถือเป็นแรงจูงใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี 
 
เช้าวันจันทร์ที่อยากเพิ่มความแปลกใหม่ให้วันทำงานสักนิด อาจจะเลือกชั้นธีมโรงภาพยนตร์ ที่เพียงเดินเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโรงภาพยนตร์สุดคลาสสิก ที่ล้อมรอบด้วยเบาะหนังสีแดงสไตล์วินเทจ ช่วงบ่ายมีประชุมก็หลบมุมไปคุยงานกันใน Mini Theater ก็ยังได้
 
 
เข้าออฟฟิศวันต่อไปอาจจะเลือกนั่งทำงานบนเก้าอี้จักรยานพร้อมโต๊ะวางแล็ปท็อป ทำงานไป ปั่นออกกำลังกายไป หรือจะเลือกนั่งบนกระเช้าชิงช้ารังนก เพื่อสร้างอารมณ์สุดผ่อนคลาย ไม่จำเจก็ได้  เรียกว่าเป็นพื้นที่ทำงานที่สนุกแปลกใหม่จริงๆ  และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะนั่งทำงานที่มุมใด ชั้นไหน WiFi ก็เร็วแรงและเสถียร ช่วยให้ทุกคนทำงานและสื่อสารกันได้อย่างไม่มีสะดุด
 
 
เมื่อลองเดินสำรวจพื้นที่ทำงานอีกนิด ก็จะเห็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของออฟฟิศนี้ นั่นก็คือ ห้องประชุมที่มาในธีมสุดสุดสนุกมากมาย ที่ขอยกตัวอย่างห้องประชุมที่น่าประทับใจสักสองห้อง ห้องประชุมแรกเข้ากับเทรนด์ท่องเที่ยวมาก ๆ  ขอเรียกว่าเป็น ห้องประชุมชาวแคมปิง ที่เก้าอี้ทุกตัวในห้องนี้เป็นเก้าอี้สนามสำหรับแคมปิงทั้งหมด ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทำงานไปชิลไปได้ เหมือนออกมาทำงานนอกสถานที่
 
 
อีกหนึ่งห้องที่ต้องพูดถึงคือ ห้องประชุมสระว่ายน้ำ ที่เป็นห้องกระจกใส ปูพื้นกระเบื้องมันเงาในโทนสีฟ้าตั้งแต่พื้นถึงเพดาน เมื่อแหงนหน้ามองบนฝ้าจะเห็นการประดับประดาด้วยวัสดุระยิบระยับคล้ายผิวน้ำ แถมมีราวอลูมิเนียมที่ขอบสระและห่วงยาง เหมือนเรากำลังนั่งทำงานอยู่ที่ใต้น้ำจริงๆ 
 
ห้องประชุมแต่ละห้องนอกจากจะเน้นความสวยแปลกใหม่ ยังพรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี ที่มีทั้งจอขนาดใหญ่สำหรับต่อกับแล็ปท็อป ลำโพงขยายเสียง อุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด
 

พื้นที่โล่ง เปิดมุมมอง เปิดหัวใจ สนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกัน

เพราะพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นกันและกันได้ เดินไปมาหากันได้ง่าย ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของ Createch Living Space จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโล่งและเป็นพื้นที่กว้างในสไตล์ Co-working Space ที่พนักงานหลากหลายทีมหรือแผนกมานั่งทำงานหรือประชุมร่วมกันได้ไม่จำกัด เปิดโอกาสให้คนในบริษัทได้เห็นหน้าค่าตากัน สร้างความสัมพันธ์กันได้อย่างกว้างขวาง
 
เมื่อเดินชมตามชั้นทำงานต่าง ๆ ก็จะมุมไวท์วอร์ดแทรกตัวอยู่ในพื้นที่ทำงานเสมอ อุปกรณ์เรียบง่ายที่เห็นกันชินตานี่แหละคือสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการแชร์ความคิดเห็น ระดมสมอง ปรึกษาหารือ และทำงานด้วยกันอย่างสร้างสรรค์
 
 
นอกจากนี้ แต่ละชั้นยังเชื่อมต่อกันด้วยบันได ที่เดินขึ้นลงผ่านโถงสูงเปิดโล่งแบบดับเบิลสเปซ ซึ่งมีข้อดีหลากหลาย นอกจากจะส่งเสริมให้พนักงานติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนมุมมองและพบปะกันและกันได้อย่างง่ายดายแล้ว การให้พนักงานเดินไปมาระหว่างชั้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ยังช่วยลดใช้พลังงานไฟฟ้าจากการใช้งานลิฟต์ อีกทั้งยังลดการใช้ไฟแสงสว่าง ด้วยพื้นที่โถงสูงระหว่างชั้นที่ออกแบบให้เป็นกระจกใส เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแสงธรรมชาตินี้ยังมีผลดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานด้วย โดยมีงานวิจัยจากศูนย์วิเคราะห์การออกแบบเชิงสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย Cornell ระบุว่าพนักงานที่ได้ทำงานในออฟฟิศที่เปิดรับแสงจากธรรมชาติมีอาการตาล้า ปวดหัว อาการไมเกรนที่ลดลงถึง 84 เปอร์เซนต์
 

ใกล้ชิดธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น ผ่อนคลาย สบายตา

สภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติช่วยให้คนทำงานลดความเครียดได้ Createch Living Space จึงมีต้นไม้หลากหลายชนิดประดับอยู่ในมุมต่างๆ เพิ่มความสดชื่น มอบความสดใส ไม่ว่าจะเป็นไม้กระถางที่อวดความเขียวขจีสบายตาระหว่างโต๊ะทำงาน หรือจะเป็นไม้ใบที่แขวนอยู่ตามผนังและเพดาน ถ้าอยากจะสังเกตถึงการเติบใหญ่ของผักสวนครัวต้นเล็กน่ารักก็มีให้ชมกันได้ที่แปลงปลูกผักเช่นกัน ที่สำคัญคือสามารถเก็บไปรับประทานได้ด้วย
 
 
นอกเหนือจากนำสีเขียวสบายตาเข้ามาปลอบประโลมกายใจแล้ว การจัดพื้นที่แบบเปิดโล่งให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้คนทำงานได้สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัวเช่นกัน Createch Living Space จึงโดดเด่นด้วยกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติเต็มที่ และเอื้อให้เห็นมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกสุดลูกหูลูกตา ที่คัดมาแล้วว่าป็นวิวที่ดีและสวยที่สุดของอาคาร เพื่อมอบเป็นของขวัญให้พนักงานทุกคน 
 
ดังนั้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ จนเหนื่อยล้า ก็หยุดพัก เงยหน้าจากจอแล้วมองไปไกลๆ นอกหน้าต่างกระจกใส พักตา ปล่อยใจ ให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ก่อนกลับมาทำงานต่อด้วยความสบายใจได้ทั้งวัน
 

จัดมุมสงบ สำหรับหลบมาโฟกัสงาน

 
งานหลายอย่างต้องใช้สมาธิในการคิด ไตร่ตรอง หรือแก้ปัญหา พื้นที่สงบจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นนอกเหนือจากพื้นที่กลางแล้ว ใน Createch Living Space ยังจัดสรรหลายมุมเงียบๆ ไว้ให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมโต๊ะทำงานที่มีผ้าม่านปิด สำหรับการโฟกัสงานที่ต้องใช้สมาธิมาก หรือห้องทำงานขนาดเล็กที่เป็นเหมือนตู้โทรศัพท์ สำหรับนั่งทำงานเงียบๆ หรือติดต่องานที่ไม่อยากให้เสียงพูดคุยรบกวนคนอื่นๆ ได้เช่นกัน
 
การตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายนับเป็นการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการทำงานอย่างแท้จริง
 
 

เพิ่มความสนุก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ

เพราะความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการนั่งเครียดอยู่ที่เดิมทั้งวัน กิจกรรมเพิ่มความสนุกช่วยให้คนทำงานหลุดไปจากงานตรงหน้าสักพัก และช่วยปลุกจินตนาการได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่า ออฟฟิศแห่งนี้มีมุมสนุกมากอย่างเหลือเชื่อ
 
ใครอยากสนุกแบบย้อนวัย มาหลบมุมปล่อยใจทะยานไปเกมรถแข่งได้เต็มที่ เพราะที่นี่จัดเครื่องเล่นชุดใหญ่ไว้ให้ หรืออยากสนุกแบบคลาสสิกก็ต้องตู้เกม Pac Man ไล่กินจุดสุดเพลิน และถ้าอยากมีกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องชวนมาเล่นเกมโต๊ะบอลมือหมุน รวมตัวกันเล่นพูล หรือจะตีปิงปองก็ย่อมได้
 
 
 
ส่วนคนรักเสียงดนตรีต้องมีว้าว! ที่นี่มีห้องดนตรีที่จัดเต็มให้ทั้งกลอง เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด ที่บรรเลงเพลงกันได้เต็มที่ในห้องเก็บเสียง เอาเป็นว่า พักเบรคหรือก่อนกลับบ้านมารวมตัวเล่นเป็นวงดนตรีกันได้ทันที
 
 
อีกหนึ่งมุมไฮไลต์ของ Createch Living Space ที่หลายคนต้องหยิบมือถือมาเก็บภาพคือ หน้าผาจำลองกลางออฟฟิศ ที่จัดไว้ให้ผู้ชอบความเร้าใจได้มายืดเส้นยืดสายท้าทายตัวเอง ซึ่งมุมนี้รับรองความสนุกพร้อมกับความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่แนะนำและดูแลใกล้ชิด 
 
สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเห็นในที่ทำงาน ทรูก็จัดให้พนักงานได้อย่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ
 

บาลานซ์ชีวิตได้ดี แบบที่ท้องอิ่ม ทรงผมพร้อม อยากงีบนอนมีที่ให้พัก

 
ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ออฟฟิศแห่งนี้เป็นเสมือน “บ้าน” ทรูจึงจัดเต็มให้ทั้งชั้น 14 กลายเป็นพื้นที่ตามคอนเซ็ปต์ Living สำหรับ “การใช้ชีวิต” อย่างเต็มรูปแบบ
 
 
เรียกว่าชั้น 14 เป็นจุดรวมตัวของพนักงานทุกคนที่นี่ก็ว่าได้ เพราะเปิดเข้ามาก็จะพบกับร้าน True Coffee GO ที่พร้อมบริการเครื่องดื่มสุดสดชื่นตั้งแต่เช้าตรู่ มีกลิ่นกาแฟหอมๆ อบอวลไปทั่วพื้นที่ พร้อมกับที่นั่งพักดีๆ เหมือนได้ไปฮอปปิงคาเฟ่สุดชิค พอได้เครื่องดื่มแล้วก็เดินเลี้ยวไปไม่ไกล แวะร้าน 7-11 ไซส์มินิ ที่เป็นเหมือนแหล่งเสบียงอาหารได้  หิวเมื่อไหร่ ก็แวะมาเติมความอิ่มอร่อยได้ตลอดทั้งวัน 
 
 
ชั้น 14 มีอีกไฮไลต์น่าตื่นเต้น เพราะเดินไปอีกนิดก็จะเห็นห้องกระจกที่โดดเด่นด้วยแสงสีฟ้าคล้ายห้องทดลองวิจัยในหนังไซไฟ ห้องนี้โชว์นวัตกรรมของเครื่องกรองน้ำ RO ที่เชื่อมต่อกับจุดเติมน้ำทุกชั้นในอาคาร ซึ่งทุกคนสามารถมาแวะชมนวัตกรรม พร้อมเติมน้ำดื่มสะอาดมั่นใจได้ไปดื่มกันได้ฟรีอีกด้วย 
 
 
เมื่อเติมเสบียงพร้อม ท้องอิ่ม แล้วอยากจะจัดแต่งทรงผม เสริมความมั่นใจ ก็มีซาลอนเปิดให้บริการสระผมพร้อมจัดแต่งทรงผมสวยเป๊ะตั้งแต่เช้าถึงเย็น 
 
 
ยังไม่หมดเท่านี้ เรียกว่าที่นี่รู้ใจชาวออฟฟิศที่สุด ไม่ว่าใครเมื่อยล้า อยากนวดคลายอาการปวดตึงร่าง หรือคอบ่าไหล่ก็มีห้องนวด ที่มีพี่ๆ หมอนวดแสตนด์บายให้บริการพร้อม!
 
 
 
อีกเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ที่เคยเห็นแต่ในออฟฟิศต่างประเทศ คือห้อง Nap ที่เปิดให้พนักงานมางีบหลับระหว่างวัน พักผ่อนสมองกันอย่างไม่ต้องเขินอาย ได้เวลาก็ตื่นพร้อมความสดชื่น มีแรงไปทำงานต่อได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีมุมห้องสมุดที่อัดแน่นด้วยหนังสือที่หลากหลาย พนักงานสามารถยืมไปอ่านเติมความรู้หรือเพื่อความบันเทิงได้ทุกเล่มด้วย เรียกว่าครบเครื่องเรื่องการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
 

เรื่องสุขภาพสำคัญ! ที่นี่ไม่ได้มีแค่ฟิตเนสเท่านั้น หมอกายภาพบำบัดก็มา

 
เทรนด์ที่มาแรงและดีต่อสุขภาพสุดๆ ในยุคนี้ก็คือเรื่องการออกกำลังกาย แน่นอนว่าทรูส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยจัดฟิตเนสขนาดใหญ่ให้กันไปเลย 
 
โซนฟิตเนสที่นี่จัดให้ครบทั้งอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย ที่เราเห็นได้ในฟิตเนสชั้นนำ มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำหลังออกกำลังกาย อำนวยความสะดวกให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่อื่น เรียกว่าใช้ชีวิตในออฟฟิศให้คุ้มค่า ก่อนทำงานหรือเลิกงานก็แวะมาฟิตแอนด์เฟิร์มได้ทันที 
 
 
สำหรับพนักงานที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ออกกำลังกายแล้วก็ยังไม่หาย ทรูก็จัดห้องกายภาพบำบัด พร้อมเชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรักษาให้ถึงที่ และไม่ว่าจะเจ็บป่วยอะไรในขณะทำงานก็มีห้องพยาบาลและคุณหมอคอยดูแล
 
บอกได้เลยว่าที่นี่ดูแลเอาใจใส่พนักงานในทุกมิติอย่างแท้จริง
 
เพราะรัก...ทุกสิ่งเป็นจริงได้
 
การออกแบบและสร้างสรรค์ออฟฟิศในฝันให้เกิดขึ้นจริง และตอบโจทย์การทำงานอย่างอิสระ ให้คนรุ่นใหม่ได้ Work from Anywhere โดยไม่จำเป็นต้องนั่งประจำโต๊ะทำงานอีกต่อไป เพื่อมอบความสนุกและความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิต นับเป็นหนึ่งใน ‘การบอกรักพนักงาน’ ของทรู 
 
ด้วยความเชื่อมั่นเสมอมาว่า บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน ทรูมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรอย่างเต็มกำลังในทุกมิติ พร้อมดูแลพนักงานให้ทำงานอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมกับเป็น People Organization อย่างแท้จริง
 
แม้ต้องทำในสิ่งที่เกินความคาดหมาย แต่ทรูทำทุกอย่างเกิดขึ้นจริงได้จากความรัก ความใส่ใจ และการให้สำคัญของพนักงานมาเป็นอันดับแรกเสมอ
 
ข้อมูลอ้างอิง prnewswire

องค์กรยุคใหม่ผูกหัวใจนักลงทุนและพนักงานด้วยความยั่งยืน
True Blog 06 มิ.ย. 2565

เชื่อว่าหลาย ๆ คน น่าจะเคยได้ยินเรื่องของ ‘ความยั่งยืน’ กันมามากมาย รวมถึงองค์กรต่าง ๆ ก็ได้ปรับตัวนำเรื่องของความยั่งยืนมาใช้ในองค์กรกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคำถามที่ตามมาก็คือ ทำไมองค์กรชั้นนำทั้งระดับโลก รวมถึงองค์กรในประเทศไทยเอง ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืน และไม่เพียงแต่องค์กรเท่านั้น แม้กระทั่งพนักงานรุ่นใหม่ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนเช่นกัน

ก่อนหาคำตอบนี้ได้ ขอชวนทุกคนมาเรียนรู้และทำความรู้จักเรื่องความยั่งยืนไปด้วยกัน

ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องใส่ใจความยั่งยืน

องค์การสหประชาชาติได้กล่าวถึงเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืนไว้ใน Brundtland Report (รายงานคณะกรรมาธิการโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา) ว่าเป็นการพัฒนาโดยตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน ซึ่งการพัฒนานี้จะต้องไม่กระทบต่อทรัพยากรที่จะส่งผลต่อคนรุ่นหลัง และไม่ลดคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน โดยเป็นการมุ่งเน้นการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมและมนุษย์นั่นเอง 

หากเราไม่เห็นความสำคัญของความยั่งยืน สิ่งที่น่ากลัวในอนาคตก็คือ เรื่องของพลังงานเชื้อเพลิงต่าง ๆ อาจหมดไป สัตว์หลายชนิดก็จะสูญพันธุ์ คุณภาพของน้ำที่ควรสะอาดถูกลดทอนลงไป อากาศบริสุทธิ์ถูกทำลาย ชั้นบรรยากาศโลกเกิดความเสียหาย แต่หากนักธุรกิจให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจที่ผสมผสานความยั่งยืนกันคนละไม้คนละมือ ปัญหาที่กล่าวมาก็จะเบาบางลงไปได้

ไม่น่าแปลกใจที่องค์กรในยุคนี้ต่างปรับตัวและพัฒนาความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ไปพร้อมกับการเน้นความสำคัญเรื่องความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ต่อไปจะไปสำรวจว่า ความยั่งยืนที่มาควบคู่กับการทำธุรกิจเป็นอย่างไร

ความยั่งยืนที่มาควบคู่กับธุรกิจ

สำหรับการทำธุรกิจที่ควบคู่ไปกับความยั่งยืนนี้ Talal Rafi ซีอีโอของ Sesame Associates ซึ่งเป็นตัวแทนธนาคารโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้นำระดับโลกรุ่นใหม่ของ World Economic Forum (ตำแหน่งในขณะที่บทสัมภาษณ์ได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ Forbes เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021) ได้ให้สัมภาษณ์ในเว็บไซต์ Forbes เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า ทำไมองค์กรจึงควรเน้นเรื่องของความยั่งยืน โดยเขาเล่าถึงข้อมูลที่แบ่งออกเป็น 3 ข้อดังต่อไปนี้

1.ลงทุนได้ในระยะยาว

กว่า 90% ของเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารต่างทราบกันดีถึงเรื่องของความยั่งยืน แต่มีองค์กรเพียง 60% เท่านั้นที่จะทำธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งตัวอย่างของนักธุรกิจระดับโลกที่ทำธุรกิจโดยเน้นความยั่งยืนเป็นหลักที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือ Elon Musk โดยพันธกิจหลักของ Tesla คือ เร่งการเปลี่ยนผ่านโลก สู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน แน่นอนว่าTesla  ประสบความสำเร็จโดยการผลิตทั้งรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่  รวมถึงโซลูชันด้านพลังงาน จะเห็นได้ว่า การที่ Elon Musk ทำธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืนนี้ นอกจากจะทำให้โลกมีความยั่งยืนมากขึ้น ธุรกิจของ Elon Musk ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลของ McKinsey ก็ได้บอกไว้ว่า การมีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนจะช่วยให้บริษัทสามารถลงทุนในระยะยาวได้

2.คนรุ่นใหม่สนใจองค์กรที่เน้นความยั่งยืน

ปัจจุบัน คนรุ่นมิลเลนเนียลเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประชากร การสำรวจโดย Nielsen ได้แสดงให้เห็นว่า คนรุ่นมิลเลนเนียลกำลังจะขยายเป็นสองเท่าของคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ที่เพิ่งเริ่มบอกว่าตัวเองกำลังเปลี่ยนนิสัยเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ เกือบ 40% ของคนรุ่นมิลเลนเนียลเลือกทำงานกับบริษัทที่เน้นเรื่องของความยั่งยืน และยังเต็มใจที่จะลดค่าจ้างเพื่อทำงานในบริษัทที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อคนรุ่นมิลเลนเนียลกลายเป็นกลุ่มคนทำงานรายใหญ่ที่สุด องค์กรที่ไม่มีกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนก็อาจสูญเสียคนเก่งจำนวนมาก เพราะความยั่งยืนทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น เพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่

3.ผู้บริโภคยอมจ่ายให้กับองค์กรที่เน้นความยั่งยืน

ในมุมของผู้บริโภคนั้น จากการศึกษาของ Nielsen พบว่า 66% ของผู้บริโภคจะยอมจ่ายมากขึ้นหากผลิตภัณฑ์มาจากแบรนด์ที่มีความยั่งยืน และ 81% ของผู้บริโภคทั่วโลกต่างก็รู้สึกไปในทำนองเดียวกันคือ องค์กรต่าง ๆ ควรหันมาใส่ใจในเรื่องของความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม

ไม่เพียงองค์กรระดับโลกเท่านั้นที่ให้ความสำคัญเรื่องของความยั่งยืน องค์กรในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญก็มีจำนวนมาก แต่องค์กรที่ให้ความสำคัญด้านนี้อย่างครอบคลุมและโดดเด่นที่สุดจนทำให้ได้เป็นองค์กรที่ได้อันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับดัชนี DJSI 2021 ในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ก็คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน)

ก่อนที่จะไปสำรวจเหตุผลว่าทำไม True จึงได้เป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านความยั่งยืนจากการจัดอันดับดัชนี DJSI เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน ขอพาทุกคนไปความรู้จักกับดัชนี DJSI ที่ทั่วโลกยอมรับกันก่อน

ทำความรู้จักกับดัชนี DJSI

DJSI หรือชื่อเต็มว่า Dow Jones Sustainability Indices คือ ดัชนีที่ใช้ประเมินการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เน้นหลักในการประเมิน 3 ด้านที่เรียกว่า ESG ได้แก่ 1. การรักษาสิ่งแวดล้อม (Environment) 2. การดูแลสังคม (Social) 3. การมีธรรมาภิบาลทางธุรกิจ (Governance) ซึ่งเหตุผลที่ดัชนี DJSI ดึงความสนใจจากนักลงทุนได้มากกว่าธุรกิจที่มีแค่ผลประกอบการ นั่นก็เป็นเพราะ ดัชนี DJSI นับเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญของนักลงทุนที่ใช้ในการพิจารณาเพื่อจะเข้าไปลงทุนในองค์กรนั้น ๆ  เพราะบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ DJSI ถือเป็นองค์กรที่มีหลักประกันถึงศักยภาพการบริหารงาน ว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและมีความยั่งยืนให้กับผู้ลงทุนนั่นเอง

ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวขององค์กรที่ได้รับการจัดอันดับดัชนี DJSI 2021 ที่มีคะแนนรวมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก จากองค์กรใหญ่ 10,900 บริษัท เป็นการบอกเล่าถึงความสำเร็จนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และนักธุรกิจหน้าใหม่จะได้ประโยชน์อย่างไรจากเรื่องนี้

เผยเคล็ดลับจากองค์กรที่ได้อันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับดัชนี DJSI 2021 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน)

สำหรับอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับดัชนี DJSI 2021 ก็คือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ในหมวดธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งความสำเร็จนี้ กลุ่มทรูได้ใช้ยุทธศาสตร์ 3 H’s คือ Heart Health และ Home ดังรายละเอียดต่อไปนี้

Heart เน้นเรื่องของบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการดูแลรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้ได้ 100% รวมถึงร่วมขับเคลื่อนการศึกษาด้วยโครงการทรูปลูกปัญญา และส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทยให้พร้อมเติบโตเป็นทั้งคนดีมีความสามารถมาแล้วกว่า 2.3 ล้านคน ผ่านมูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนที่อยู่ในการดูแล 5,567 แห่งทั่วประเทศ

Health สร้างสรรค์นวัตกรรมเชื่อมโยงทุกความต้องการของคนไทยยุค New normal ไปกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม TRUE VWORLD เทคโนโลยีคลาวด์ที่ครบทุกโซลูชัน ทั้ง VWORK สนับสนุนภาคธุรกิจ และ VLEARN สนับสนุนสถาบันการศึกษา นักเรียนและนักศึกษา ให้สามารถเรียนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา

Home มีการติดตั้งพลังงานสะอาดอย่างเช่น โซล่าเซลล์ที่เสาสัญญาณและชุมสาย 3,481 แห่ง ณ สิ้นปี 2021 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 12,570 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และยังเดินหน้าขยายการติดตั้งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าได้ 11,900 MWh ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 5,500 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ยุทธศาสตร์ทั้ง 3 H’s ของ TRUE ล้วนถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งเหล่านี้หากมองกันในแง่ของการลงทุน หลายคนคงจะคุ้นหูกันดีกับคำว่า ‘หุ้นยั่งยืน’ ซึ่ง TRUE ก็เป็นจัดเป็นหุ้นในบริษัทยั่งยืนนี้เช่นกัน 

สำหรับแนวคิดของการพัฒนาองค์กรในแนวทางความยั่งยืนในแบบของ TRUE สามาถรับชมได้ในวิดีโอคลิปนี้

ดูวีดีโอ Full version ได้ที่นี่

หากเป็นการทำธุรกิจในยุคเก่า องค์กรอาจต้องผูกใจนักลงทุนด้วยเรื่องของ เงินทุน ผลกำไร ส่วนในด้านของพนักงานก็อาจคุยถึงเรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่จากเรื่องราวที่ได้เล่าสู่กันฟังด้านบน ทำให้ทราบว่า ถ้าองค์กรทำธุรกิจบนความยั่งยืน ก็จะสามารถผูกใจนักลงทุนและพนักงานได้อย่างแท้จริง

#TrueTogether #TrueDJSI #TrueSustainability

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.twi-global.com/technical-knowledge/faqs/faq-what-is-sustainability
https://www.forbes.com/sites/forbesbusinesscouncil/2021/02/10/why-corporate-strategies-should-be-focused-on-sustainability/?sh=15c69d077e9f
https://www.brandage.com/article/5184/tesla-Elon-Musk

 

อ่านต่อ
Createch Living Space พื้นที่ออฟฟิศสุดสร้างสรรค์ ที่ตั้งใจออกแบบเพื่อความสุขของพนักงานทรูทุกคน
True Blog 18 ก.ค. 2565

เพราะชีวิตในวันทำงานแต่ละวันของหลายๆคน ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน จะดีแค่ไหนถ้าวันที่มาทำงานที่ออฟฟิศก็เหมือนว่าเราอยู่ที่บ้าน จะเลือกนั่งทำงานอยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นวิวดีที่สุดของอาคาร ล้อมวงคุยงานกับทีมได้แบบอิสระ แถมมีมุมผ่อนคลายให้พักสมองได้ตามใจต้องการ

 

เมื่อพฤติกรรมและวิถีการทำงานของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป พื้นที่ทำงานในฝันจึงไม่ใช่โต๊ะกั้นพาร์ทิชันจำกัดกรอบพื้นที่ หรือโต๊ะทำงานประจำที่ต้องนั่งทำงานทุกวันอย่างจำเจ โดยที่ผ่านมามีงานวิจัยมากมายระบุว่า การที่พนักงานได้ทำงานในบรรยากาศที่ผ่อนคลายนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างชัดเจน

 

ไม่น่าแปลกใจที่ออฟฟิศสวยงามทันสมัยในฝันของคนรุ่นใหม่กลายเป็นเทรนด์ที่องค์กรระดับโลกต่างพากันสร้างสรรค์ให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศของ Google, Apple, Lego หรือ Airbnb ที่ต่างก็เน้นความครีเอทีฟ และบรรยากาศสนุกสนาน กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพนักงาน จนคล้ายเป็นบ้านหลังที่สอง

 

สำหรับในประเทศไทย ออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นจริงได้เช่นกัน โดยเฉพาะในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างกลุ่มทรู

 

ทรู ให้ความสำคัญเรื่อง People และดูแลพนักงานในทุกมิติอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่พนักงานทำงานที่ทรู ซึ่งพื้นที่ทำงานเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทรูสร้างสรรค์อย่างใส่ใจ เพื่อตอบโจทย์รูปแบบการทำงานและการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ด้วยความเข้าใจที่แท้จริง โดยทรูได้รีโนเวทพื้นที่ออฟฟิศให้กว้างขวาง และทันสมัย ภายใต้แนวคิด Createch Living ให้พนักงานทรูทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศการทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน

ออฟฟิศที่ออกแบบตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
 

Createch Living Space ของทรูเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการเสริมสร้างการทำงานที่สนุก ผ่อนคลาย และเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ให้พนักงานทุกคน โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่มองเห็นได้เป็นรูปธรรมที่สุดนั่นคือ การออกแบบและตกแต่งออฟฟิศให้สวยงาม มีบรรยากาศแบบเปิดกว้าง เอื้อต่อการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ทุกวัน พร้อมไปกับการนำเทคโนโลยีมาช่วยให้พนักงานทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การรวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิต เพื่อให้ออฟฟิศแห่งนี้เป็นเสมือนบ้านที่น่าอยู่ของทุกคน
 

และที่สำคัญ ก่อนที่จะออกแบบ Createch Living Space ต้องผ่านการเก็บข้อมูล Insight ความต้องการของพนักงาน และนำมาเป็นโจทย์เพื่อออกแบบให้ตรงความต้องการของพนักงานอย่างแท้จริง

พื้นที่ทำงานในแต่ชั้นจึงถูกเปลี่ยนโฉม เปิดมุมดีที่สุดและสวยที่สุดให้เป็นพื้นที่ทำงานที่พนักงานทุกคนสามารถเลือกใช้ได้อย่างอิสระ เน้นการตกแต่งที่สวยงามสบายตา ตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลาย และพรั่งพร้อมด้วยกิจกรรมและสันทนาการที่ช่วยให้พนักงานได้ทำงานพร้อมกับสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
 
จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อเดินลงบันไดที่เชื่อมต่อกันระหว่างชั้น ก็จะได้เห็นบรรยากาศการทำงานสุดครึกครื้น เสียงสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะ พร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความสุขในการทำงานของคนที่นี่ได้อย่างแท้จริง 
 
ถึงตอนนี้จะพาไปสำรวจออฟฟิศที่ออกแบบและสร้างขึ้นจากความรัก ความเข้าใจ และความใส่ใจ ที่ทรูมีให้พนักงานไปด้วยกัน
 

นั่งทำงานในบรรยากาศไม่ซ้ำ เพราะทุกชั้นตกแต่งในธีมที่ต่างกัน

 
แค่เลือกที่นั่งก็ทำงานก็สนุกแล้ว! ทุกคนเลือกที่นั่งทำงานในบรรยากาศแบบห้าวันไม่ซ้ำกันได้ เพราะ Createch Living Space ตกแต่งในธีมที่แตกต่างกันทุกชั้น เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เปลี่ยนบรรยากาศเลือกที่นั่งได้ตามความชอบ ถือเป็นแรงจูงใจในการทำงานได้เป็นอย่างดี 
 
เช้าวันจันทร์ที่อยากเพิ่มความแปลกใหม่ให้วันทำงานสักนิด อาจจะเลือกชั้นธีมโรงภาพยนตร์ ที่เพียงเดินเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโรงภาพยนตร์สุดคลาสสิก ที่ล้อมรอบด้วยเบาะหนังสีแดงสไตล์วินเทจ ช่วงบ่ายมีประชุมก็หลบมุมไปคุยงานกันใน Mini Theater ก็ยังได้
 
 
เข้าออฟฟิศวันต่อไปอาจจะเลือกนั่งทำงานบนเก้าอี้จักรยานพร้อมโต๊ะวางแล็ปท็อป ทำงานไป ปั่นออกกำลังกายไป หรือจะเลือกนั่งบนกระเช้าชิงช้ารังนก เพื่อสร้างอารมณ์สุดผ่อนคลาย ไม่จำเจก็ได้  เรียกว่าเป็นพื้นที่ทำงานที่สนุกแปลกใหม่จริงๆ  และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะนั่งทำงานที่มุมใด ชั้นไหน WiFi ก็เร็วแรงและเสถียร ช่วยให้ทุกคนทำงานและสื่อสารกันได้อย่างไม่มีสะดุด
 
 
เมื่อลองเดินสำรวจพื้นที่ทำงานอีกนิด ก็จะเห็นอีกหนึ่งความโดดเด่นของออฟฟิศนี้ นั่นก็คือ ห้องประชุมที่มาในธีมสุดสุดสนุกมากมาย ที่ขอยกตัวอย่างห้องประชุมที่น่าประทับใจสักสองห้อง ห้องประชุมแรกเข้ากับเทรนด์ท่องเที่ยวมาก ๆ  ขอเรียกว่าเป็น ห้องประชุมชาวแคมปิง ที่เก้าอี้ทุกตัวในห้องนี้เป็นเก้าอี้สนามสำหรับแคมปิงทั้งหมด ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ทำงานไปชิลไปได้ เหมือนออกมาทำงานนอกสถานที่
 
 
อีกหนึ่งห้องที่ต้องพูดถึงคือ ห้องประชุมสระว่ายน้ำ ที่เป็นห้องกระจกใส ปูพื้นกระเบื้องมันเงาในโทนสีฟ้าตั้งแต่พื้นถึงเพดาน เมื่อแหงนหน้ามองบนฝ้าจะเห็นการประดับประดาด้วยวัสดุระยิบระยับคล้ายผิวน้ำ แถมมีราวอลูมิเนียมที่ขอบสระและห่วงยาง เหมือนเรากำลังนั่งทำงานอยู่ที่ใต้น้ำจริงๆ 
 
ห้องประชุมแต่ละห้องนอกจากจะเน้นความสวยแปลกใหม่ ยังพรั่งพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี ที่มีทั้งจอขนาดใหญ่สำหรับต่อกับแล็ปท็อป ลำโพงขยายเสียง อุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด
 

พื้นที่โล่ง เปิดมุมมอง เปิดหัวใจ สนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกัน

เพราะพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นกันและกันได้ เดินไปมาหากันได้ง่าย ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว พื้นที่ส่วนใหญ่ของ Createch Living Space จึงออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโล่งและเป็นพื้นที่กว้างในสไตล์ Co-working Space ที่พนักงานหลากหลายทีมหรือแผนกมานั่งทำงานหรือประชุมร่วมกันได้ไม่จำกัด เปิดโอกาสให้คนในบริษัทได้เห็นหน้าค่าตากัน สร้างความสัมพันธ์กันได้อย่างกว้างขวาง
 
เมื่อเดินชมตามชั้นทำงานต่าง ๆ ก็จะมุมไวท์วอร์ดแทรกตัวอยู่ในพื้นที่ทำงานเสมอ อุปกรณ์เรียบง่ายที่เห็นกันชินตานี่แหละคือสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศของการแชร์ความคิดเห็น ระดมสมอง ปรึกษาหารือ และทำงานด้วยกันอย่างสร้างสรรค์
 
 
นอกจากนี้ แต่ละชั้นยังเชื่อมต่อกันด้วยบันได ที่เดินขึ้นลงผ่านโถงสูงเปิดโล่งแบบดับเบิลสเปซ ซึ่งมีข้อดีหลากหลาย นอกจากจะส่งเสริมให้พนักงานติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนมุมมองและพบปะกันและกันได้อย่างง่ายดายแล้ว การให้พนักงานเดินไปมาระหว่างชั้นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ยังช่วยลดใช้พลังงานไฟฟ้าจากการใช้งานลิฟต์ อีกทั้งยังลดการใช้ไฟแสงสว่าง ด้วยพื้นที่โถงสูงระหว่างชั้นที่ออกแบบให้เป็นกระจกใส เปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแสงธรรมชาตินี้ยังมีผลดีต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานด้วย โดยมีงานวิจัยจากศูนย์วิเคราะห์การออกแบบเชิงสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัย Cornell ระบุว่าพนักงานที่ได้ทำงานในออฟฟิศที่เปิดรับแสงจากธรรมชาติมีอาการตาล้า ปวดหัว อาการไมเกรนที่ลดลงถึง 84 เปอร์เซนต์
 

ใกล้ชิดธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่น ผ่อนคลาย สบายตา

สภาพแวดล้อมแบบธรรมชาติช่วยให้คนทำงานลดความเครียดได้ Createch Living Space จึงมีต้นไม้หลากหลายชนิดประดับอยู่ในมุมต่างๆ เพิ่มความสดชื่น มอบความสดใส ไม่ว่าจะเป็นไม้กระถางที่อวดความเขียวขจีสบายตาระหว่างโต๊ะทำงาน หรือจะเป็นไม้ใบที่แขวนอยู่ตามผนังและเพดาน ถ้าอยากจะสังเกตถึงการเติบใหญ่ของผักสวนครัวต้นเล็กน่ารักก็มีให้ชมกันได้ที่แปลงปลูกผักเช่นกัน ที่สำคัญคือสามารถเก็บไปรับประทานได้ด้วย
 
 
นอกเหนือจากนำสีเขียวสบายตาเข้ามาปลอบประโลมกายใจแล้ว การจัดพื้นที่แบบเปิดโล่งให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้คนทำงานได้สัมผัสกับธรรมชาติรอบตัวเช่นกัน Createch Living Space จึงโดดเด่นด้วยกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติเต็มที่ และเอื้อให้เห็นมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกสุดลูกหูลูกตา ที่คัดมาแล้วว่าป็นวิวที่ดีและสวยที่สุดของอาคาร เพื่อมอบเป็นของขวัญให้พนักงานทุกคน 
 
ดังนั้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ จนเหนื่อยล้า ก็หยุดพัก เงยหน้าจากจอแล้วมองไปไกลๆ นอกหน้าต่างกระจกใส พักตา ปล่อยใจ ให้ผ่อนคลาย ลดความเครียด ก่อนกลับมาทำงานต่อด้วยความสบายใจได้ทั้งวัน
 

จัดมุมสงบ สำหรับหลบมาโฟกัสงาน

 
งานหลายอย่างต้องใช้สมาธิในการคิด ไตร่ตรอง หรือแก้ปัญหา พื้นที่สงบจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นนอกเหนือจากพื้นที่กลางแล้ว ใน Createch Living Space ยังจัดสรรหลายมุมเงียบๆ ไว้ให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมโต๊ะทำงานที่มีผ้าม่านปิด สำหรับการโฟกัสงานที่ต้องใช้สมาธิมาก หรือห้องทำงานขนาดเล็กที่เป็นเหมือนตู้โทรศัพท์ สำหรับนั่งทำงานเงียบๆ หรือติดต่องานที่ไม่อยากให้เสียงพูดคุยรบกวนคนอื่นๆ ได้เช่นกัน
 
การตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายนับเป็นการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการทำงานอย่างแท้จริง
 
 

เพิ่มความสนุก กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไม่รู้จบ

เพราะความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการนั่งเครียดอยู่ที่เดิมทั้งวัน กิจกรรมเพิ่มความสนุกช่วยให้คนทำงานหลุดไปจากงานตรงหน้าสักพัก และช่วยปลุกจินตนาการได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่า ออฟฟิศแห่งนี้มีมุมสนุกมากอย่างเหลือเชื่อ
 
ใครอยากสนุกแบบย้อนวัย มาหลบมุมปล่อยใจทะยานไปเกมรถแข่งได้เต็มที่ เพราะที่นี่จัดเครื่องเล่นชุดใหญ่ไว้ให้ หรืออยากสนุกแบบคลาสสิกก็ต้องตู้เกม Pac Man ไล่กินจุดสุดเพลิน และถ้าอยากมีกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ก็ต้องชวนมาเล่นเกมโต๊ะบอลมือหมุน รวมตัวกันเล่นพูล หรือจะตีปิงปองก็ย่อมได้
 
 
 
ส่วนคนรักเสียงดนตรีต้องมีว้าว! ที่นี่มีห้องดนตรีที่จัดเต็มให้ทั้งกลอง เบส กีตาร์ คีย์บอร์ด ที่บรรเลงเพลงกันได้เต็มที่ในห้องเก็บเสียง เอาเป็นว่า พักเบรคหรือก่อนกลับบ้านมารวมตัวเล่นเป็นวงดนตรีกันได้ทันที
 
 
อีกหนึ่งมุมไฮไลต์ของ Createch Living Space ที่หลายคนต้องหยิบมือถือมาเก็บภาพคือ หน้าผาจำลองกลางออฟฟิศ ที่จัดไว้ให้ผู้ชอบความเร้าใจได้มายืดเส้นยืดสายท้าทายตัวเอง ซึ่งมุมนี้รับรองความสนุกพร้อมกับความปลอดภัยด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน โดยมีเจ้าหน้าที่แนะนำและดูแลใกล้ชิด 
 
สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเห็นในที่ทำงาน ทรูก็จัดให้พนักงานได้อย่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ
 

บาลานซ์ชีวิตได้ดี แบบที่ท้องอิ่ม ทรงผมพร้อม อยากงีบนอนมีที่ให้พัก

 
ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ออฟฟิศแห่งนี้เป็นเสมือน “บ้าน” ทรูจึงจัดเต็มให้ทั้งชั้น 14 กลายเป็นพื้นที่ตามคอนเซ็ปต์ Living สำหรับ “การใช้ชีวิต” อย่างเต็มรูปแบบ
 
 
เรียกว่าชั้น 14 เป็นจุดรวมตัวของพนักงานทุกคนที่นี่ก็ว่าได้ เพราะเปิดเข้ามาก็จะพบกับร้าน True Coffee GO ที่พร้อมบริการเครื่องดื่มสุดสดชื่นตั้งแต่เช้าตรู่ มีกลิ่นกาแฟหอมๆ อบอวลไปทั่วพื้นที่ พร้อมกับที่นั่งพักดีๆ เหมือนได้ไปฮอปปิงคาเฟ่สุดชิค พอได้เครื่องดื่มแล้วก็เดินเลี้ยวไปไม่ไกล แวะร้าน 7-11 ไซส์มินิ ที่เป็นเหมือนแหล่งเสบียงอาหารได้  หิวเมื่อไหร่ ก็แวะมาเติมความอิ่มอร่อยได้ตลอดทั้งวัน 
 
 
ชั้น 14 มีอีกไฮไลต์น่าตื่นเต้น เพราะเดินไปอีกนิดก็จะเห็นห้องกระจกที่โดดเด่นด้วยแสงสีฟ้าคล้ายห้องทดลองวิจัยในหนังไซไฟ ห้องนี้โชว์นวัตกรรมของเครื่องกรองน้ำ RO ที่เชื่อมต่อกับจุดเติมน้ำทุกชั้นในอาคาร ซึ่งทุกคนสามารถมาแวะชมนวัตกรรม พร้อมเติมน้ำดื่มสะอาดมั่นใจได้ไปดื่มกันได้ฟรีอีกด้วย 
 
 
เมื่อเติมเสบียงพร้อม ท้องอิ่ม แล้วอยากจะจัดแต่งทรงผม เสริมความมั่นใจ ก็มีซาลอนเปิดให้บริการสระผมพร้อมจัดแต่งทรงผมสวยเป๊ะตั้งแต่เช้าถึงเย็น 
 
 
ยังไม่หมดเท่านี้ เรียกว่าที่นี่รู้ใจชาวออฟฟิศที่สุด ไม่ว่าใครเมื่อยล้า อยากนวดคลายอาการปวดตึงร่าง หรือคอบ่าไหล่ก็มีห้องนวด ที่มีพี่ๆ หมอนวดแสตนด์บายให้บริการพร้อม!
 
 
 
อีกเรื่องสุดเซอร์ไพรส์ที่เคยเห็นแต่ในออฟฟิศต่างประเทศ คือห้อง Nap ที่เปิดให้พนักงานมางีบหลับระหว่างวัน พักผ่อนสมองกันอย่างไม่ต้องเขินอาย ได้เวลาก็ตื่นพร้อมความสดชื่น มีแรงไปทำงานต่อได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีมุมห้องสมุดที่อัดแน่นด้วยหนังสือที่หลากหลาย พนักงานสามารถยืมไปอ่านเติมความรู้หรือเพื่อความบันเทิงได้ทุกเล่มด้วย เรียกว่าครบเครื่องเรื่องการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
 

เรื่องสุขภาพสำคัญ! ที่นี่ไม่ได้มีแค่ฟิตเนสเท่านั้น หมอกายภาพบำบัดก็มา

 
เทรนด์ที่มาแรงและดีต่อสุขภาพสุดๆ ในยุคนี้ก็คือเรื่องการออกกำลังกาย แน่นอนว่าทรูส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยจัดฟิตเนสขนาดใหญ่ให้กันไปเลย 
 
โซนฟิตเนสที่นี่จัดให้ครบทั้งอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย ที่เราเห็นได้ในฟิตเนสชั้นนำ มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำหลังออกกำลังกาย อำนวยความสะดวกให้พนักงานไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่อื่น เรียกว่าใช้ชีวิตในออฟฟิศให้คุ้มค่า ก่อนทำงานหรือเลิกงานก็แวะมาฟิตแอนด์เฟิร์มได้ทันที 
 
 
สำหรับพนักงานที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ออกกำลังกายแล้วก็ยังไม่หาย ทรูก็จัดห้องกายภาพบำบัด พร้อมเชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรักษาให้ถึงที่ และไม่ว่าจะเจ็บป่วยอะไรในขณะทำงานก็มีห้องพยาบาลและคุณหมอคอยดูแล
 
บอกได้เลยว่าที่นี่ดูแลเอาใจใส่พนักงานในทุกมิติอย่างแท้จริง
 
เพราะรัก...ทุกสิ่งเป็นจริงได้
 
การออกแบบและสร้างสรรค์ออฟฟิศในฝันให้เกิดขึ้นจริง และตอบโจทย์การทำงานอย่างอิสระ ให้คนรุ่นใหม่ได้ Work from Anywhere โดยไม่จำเป็นต้องนั่งประจำโต๊ะทำงานอีกต่อไป เพื่อมอบความสนุกและความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิต นับเป็นหนึ่งใน ‘การบอกรักพนักงาน’ ของทรู 
 
ด้วยความเชื่อมั่นเสมอมาว่า บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน ทรูมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรอย่างเต็มกำลังในทุกมิติ พร้อมดูแลพนักงานให้ทำงานอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สมกับเป็น People Organization อย่างแท้จริง
 
แม้ต้องทำในสิ่งที่เกินความคาดหมาย แต่ทรูทำทุกอย่างเกิดขึ้นจริงได้จากความรัก ความใส่ใจ และการให้สำคัญของพนักงานมาเป็นอันดับแรกเสมอ
 
ข้อมูลอ้างอิง prnewswire
อ่านต่อ
Tech & Innovation for Thais ดูทั้งหมด
ถ้าคุณได้ก้าวเข้าสู่โลก Metaverse คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
True Blog 29 มี.ค. 2565

โลกสองใบอาจจะกำลังเกิดขึ้นกับคุณก็ได้ นอกจากโลกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คุณอาจมีโลกอีกหนึ่งใบ นั่นก็คือ  Metaverse (จักรวาลนฤมิต) โลกเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นโดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม โลกที่เปิดให้ผู้คนได้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์และทำกิจกรรมต่างๆ บนพื้นที่ไซเบอร์ ผ่านตัวตนสมมติที่ถูกสร้างขึ้นซึ่งเรียกกันว่า อวตาร (Avatar) นั่นเอง
 

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของ Metaverse จะเห็นพัฒนาการตั้งแต่ยุคแรกสุด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1968 หรือ 54 ปีที่แล้ว โดยมีการคิดค้นและออกแบบอุปกรณ์ที่ชื่อว่า The Sword of Damocles ให้เป็นเครื่องสวมที่ใช้ครอบศีรษะพร้อมกับครอบตาในลักษณะคล้ายแว่นตาที่จำลองโลกเสมือนขึ้นมา และครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่มนุษย์ได้สัมผัสกับโลกเสมือน ถึงแม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จในทันที แต่ก็ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตามยุคสมัย 
 

ปัจจุบันได้มีการพูดถึงเป็นประเด็นฮอตที่ทุกคนทั่วโลกให้ความสนใจกับโลกเสมือนอีกครั้ง เมื่อมีความเคลื่อนไหวจากเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น เมตา (Meta) เพื่อเป็นการปูทางเข้าสู่โลก Metaverse เพราะเล็งเห็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างรายได้ในโลกเสมือนจริง จึงเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกต่างตั้งคำถามมากมายว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหากเราได้ก้าวเข้าสู่โลก Metaverse (จักรวาลนฤมิต)
 


สิ่งที่จะเปลี่ยนไป เมื่อเกิด Metaverse ขึ้นในโลกของเรา จะตรงกับที่คุณคิดไว้หรือเปล่า
 

ในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่สามารถสร้างโลกเสมือนมาใช้ และเราสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ในอดีตคุณทำได้ยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่คิดว่าคนรุ่นใหม่น่าจะได้ร่วมสัมผัสกันในไม่ช้า คือ การนำเทคโนโลยี AR มาเสริมสร้างการเรียนรู้ให้กับการศึกษา เช่น วงการแพทย์ ได้มีการจำลองภาพเสมือนสำหรับการผ่าตัดขึ้น เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ใช้เครื่องจริงในการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับผู้ป่วย ซึ่งช่วยให้ระบุตำแหน่งการผ่าตัดได้แม่นยำถึง 85% และกำลังเป็นที่ยอมรับในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในวงการแพทย์มากขึ้น
 


ขยับมาสำหรับวัยทำงาน ชาวออฟฟิศทั้งหลายเริ่มคุ้นชินกับการประชุมออนไลน์กันแล้ว ในอนาคตหากมีการนำเทคโนโลยีสร้างโลก Metaverse ขึ้นมาได้จริง การประชุมของคุณจะมีความล้ำเหมือนในห้องแล็บที่หลุดจากภาพยนตร์เรื่อง Avengers แบบที่คุณสามารถคุยกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ต่างพื้นที่กันได้เหมือนกำลังยืนคุยกันซึ่งหน้า และยังสามารถเปิดไฟล์งานออกมาดูในรูปแบบของสามมิติ ที่จะช่วยให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพและสนุกยิ่งขึ้น ตัดปัญหาการทำงานที่บ้านกับอาการเหงา คิดอะไรไม่ออก เพราะไม่เจอเพื่อนร่วมงานไปได้เลย

 


ด้านวงการภาพยนตร์ เริ่มมีการนำเนื้อหาเกี่ยวกับ Metaverse มาสร้างสรรค์ให้คุณได้รับชมกันมากขึ้น หลายคนอาจจะเคยชม Ready Player One (2018) ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มคนที่เล่นเกมและใช้ชีวิตมีตัวตนที่แตกต่างจากความเป็นจริงในโลกเสมือน หรือล่าสุดกับภาพยนตร์เรื่อง Spider man : No Way Home (2021) ที่พูดถึงการเชื่อมต่อโลกจากหลากหลายมิติเข้าไว้ด้วยกัน โดยเรียกว่า ‘จักรวาลมัลติเวิร์ส’ ซึ่งใกล้เคียงกับโลก Metaverse ในเรื่องการเชื่อมต่อของคนจากหลายพื้นที่เข้าหากัน ภาพยนตร์จึงเป็นอีกสื่อหนึ่งที่ทำให้คุณได้เข้าใจโลก Metaverse  ได้มากขึ้นก่อนที่เราจะได้สัมผัสกับของจริงในอนาคต เชื่อว่าขณะที่คุณกำลังดูภาพยนตร์อยู่คงสงสัยกันบ้างว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริงหรือ บอกได้เลยว่าถ้า Metaverse ได้เกิดขึ้นเรื่องเหล่านั้นจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
 

วงการเพลงก็ไม่พลาดที่จะหยิบเรื่อง Metaverse มาสร้างสีสันให้กับงานของศิลปิน ล่าสุด Ariana Grande ได้จัดคอนเสิร์ตผ่านเกม Fortnite ในซีรีส์คอนเสิร์ต Rift Tour ซึ่งแฟนๆ จะสามารถเข้าชมคอนเสิร์ตได้ผ่านตัวละครเกมที่ถูกสร้างขึ้น ทำให้การจัดคอนเสิร์ตนั้นเหนือจินตนาการ ศิลปินจะเหาะเหินเดินบนอากาศ หรือเปลี่ยนเวทีให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ย่อมได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ในโลกความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ศิลปินตัวจริงก็ตาม แต่ก็สามารถเติมเต็มความคิดถึงให้กับแฟนเพลงได้ไม่น้อยเลย เพราะทำให้คุณได้ใกล้ชิดศิลปินเข้าไปอีกขั้น นับเป็นมิติใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการเพลงและกำลังเป็นที่นิยมของศิลปินต่างชาติด้วย อย่างสาวๆ เคป๊อปวง ‘Aespa’ ที่มีการสร้างคาแรคเตอร์ของวงจากตัวละครในโลกเสมือน เพื่อสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจให้แฟนๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ส่วนในประเทศไทยของเราก็ไม่น้อยหน้าใคร ตอนนี้มีสตูดิโอเสมือนแล้วด้วย อย่างทรู 5G XR Studio ล้ำสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดได้ชวนศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดบนยูทูปไทย ‘มนต์แคน แก่นคูน’ มาทำโชว์สุดพิเศษในรูปแบบมุมมองอัจฉริยะ 360° กับรายการ TRUE 5G MUSIC X MONKAN จัดเต็มให้แฟนๆ ได้ตื่นตาอย่างจุใจ
 


ยังมีอีกหลายวงการที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งด้านสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีมาสร้างงานให้เห็นเป็นภาพเสมือนจริงได้ก่อนลงมือ ทำให้การคำนวณแม่นยำยิ่งขึ้น ภาคอุตสาหกรรมที่วิศวกรใช้ AR ในการดูแลซ่อมบำรุงเครื่องจักร จากเดิมที่ดูเป็นงานหินสำหรับเครื่องจักรชิ้นใหญ่ ตอนนี้ทำได้สะดวกมากขึ้น หรือแม้กระทั่งโลกของแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำที่หันมาทำสกินหรือชุดของตัวละครในเกม ซึ่งนอกจากจะลดการทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ต้องตัดเย็บจริงแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้มหาศาล จะเห็นได้ว่าหลายๆ วงการต่างก็เริ่มก้าวเข้าสู่โลกของ Metaverse กันแล้ว
 


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้  แต่หลายคนอาจยังมีคำถามในใจว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงหรือ  หากมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก่อนที่โลกของเราจะเจอวิกฤตโรคระบาด ณ ตอนนั้นยังไม่มีใครเคยคิดว่าจะสามารถทำงานแบบ Work From Home ได้รอด เพราะต้องติดต่อสื่อสารกันผ่านออนไลน์อย่างเดียว แต่ปัจจุบันการทำงานที่บ้านกลายเป็นสิ่งปกติใหม่ของหลายๆ องค์กร พร้อมไปกับการปรับวิถีชีวิตอีกหลายอย่าง  โลก Metaverse ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน การที่เราจะก้าวเข้าสู่โลกนั้นได้อย่างเต็มตัว  คงจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันที  ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนวิถี รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง  คำถามต่อมาคือ แล้ว Metaverse จะสามารถเกิดขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับอะไรบ้างล่ะ
 

‘โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และระบบนิเวศดิจิทัล’ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผลักดันโลก Metaverse ทำให้ผู้คนสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่โลก Metaverse ได้ตลอดเวลา ทั้งยังทำให้การรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กันและมีเสถียรภาพ กล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกคนได้เข้าถึงแหล่งความรู้ ข้อมูล และความบันเทิงต่างๆ มากมาย การเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ทุกที่ ทุกเวลา เป็นพลังสำคัญที่จะเปิดประตูให้เราได้ก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ไปพร้อมกัน 

 

ทรู 5G อีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนที่จะสนับสนุนให้ทุกคนก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ได้
 

ในยุคนี้ที่ Metaverse กำลังเกิดขึ้นเหมือนเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการของโลกออนไลน์ ที่ตอนนี้สามารถนำหลากหลายเทคโนโลยีมารวมกันไว้ได้ ทำให้ทุกคนสามารถทำทุกอย่างบนโลกออนไลน์ได้ผ่านการใช้ 5G และอินเทอร์เน็ตที่เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์เราก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ได้นั่นเอง และทรูในฐานะผู้นำบริการสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลครบวงจร จึงได้นำศักยภาพพัฒนาเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ที่ครอบคลุมที่สุดในไทย เร็วแรง และครบกว่า เพื่อทำให้การเชื่อมต่อนั้นนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรูมุ่งมั่นพัฒนาอยู่เสมอ นอกเหนือจากนั้น ทรูยังได้เปิดประสบการณ์ให้กับคนที่อยากลองสัมผัสกับโลกเสมือนจริง ซึ่งสามารถไปชมได้ที่ True 5G Worldtech X มิติใหม่แห่งนวัตกรรม 5G เนรมิตพื้นที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้ทุกคนได้สัมผัสนวัตกรรมอัจฉริยะที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านการถ่ายทอดด้วยเทคโนโลยี  XR Glass ในโลกเสมือนจริงสุดล้ำ และเอ็นจอยกับโลก Metaverse ได้อย่างที่ต้องการ
 


 


ถ้าคุณกำลังนึกถึงอะไรก็ตามที่เหนือจินตนาการมากกว่าที่เราได้เล่ามาทั้งหมด ตอนนี้ก็เตรียมตัวให้พร้อมรับเทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ไปพร้อมๆ กันได้เลย

อ่านต่อ
เหนื่อยทั้งวันขอพักสักที จะดีกว่าไหมถ้ามีตัวช่วยอัจฉริยะดีๆ เปลี่ยนบ้านให้ดูแลคุณอย่าง Living Tech
True Blog 08 ส.ค. 2565

คุณตื่นไปทำงานตอนกี่โมง แล้วกลับจากที่ทำงานถึงบ้านในตอนกี่โมงกันนะ นี่เป็นคำถามที่อยากลองให้ทุกคนชวนคิดกับตัวเอง ว่าปกติเราใช้เวลาในการทำงานกี่ชั่วโมงในแต่ละวัน

ผลสำรวจจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) ในปี 2021 ระบุว่า ‘กรุงเทพฯ’ ติดอันดับ 3 เมืองที่ผู้คนเมืองทำงานหนัก และขาดสมดุลในการใช้ชีวิตมากที่สุดในโลก เพราะส่วนใหญ่แล้วคนวัยทำงานโฟกัสการทำงานเพื่อแลกเงินเดือนเป็นเวลามากกว่า 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาการทำงานที่หนักหน่วงพอสมควร ยังไม่รวมกับเวลาของการเดินทางที่ต้องบวกเพิ่มไปอีก หากถามหาเวลาดูแลสิ่งอื่นรอบตัวคงยาก เพราะเวลาดูแลตัวเองยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

หนึ่งในคนทำงานอย่างเช่นกลุ่มวัยกลางคนที่เรียกว่าเป็น ‘Sandwich Generation’ คือต้องแบกภาระหลายด้าน ทั้งการงาน การเงิน ครอบครัว เปรียบเสมือน ‘Sandwich’ ที่ประกอบด้วย 3 ชั้น ขนมปังชั้นแรก คือ ภาระในการรับผิดชอบ ‘พ่อแม่’ ตรงกลางคือ ‘ตัวเอง’ และขนมปังอีกชั้น หมายถึง การดูแล ‘บุตร – คู่สมรส’ แต่ถึงแม้จะมีภาระเยอะขนาดไหน คนกลุ่มนี้ก็ยอมแลกกับการได้มีบ้านของตัวเอง มีผลสำรวจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ชาวเอเชียที่พบว่า กลุ่มคนวัยกลางคนมีอัตราการซื้อบ้านสูงถึง 25% คนกลุ่มนี้จึงให้ความสำคัญกับ ‘บ้าน’ เป็นหลัก แต่การจะมีบ้านสักหลังและดูแลบ้านให้ดีไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับคนที่ต้องรับผิดชอบภาระหลาย ๆ อย่างพร้อมกันแบบนี้

เมื่อมีภารกิจมากขนาดนี้ ตัวช่วยอะไรที่จะสามารถช่วยคุณดูแลบ้านได้บ้าง

ปัจจัยหลักที่เจ้าของบ้านในปัจจุบันให้ความสำคัญ โดยอ้างอิงผลสำรวจจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (EIC) อันดับแรกคือ การมีระบบเตือนภัยอัจฉริยะภายในบ้าน และรองลงมาคือ การมีระบบช่วยควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า และจัดการพลังงานภายในบ้าน เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และลดค่าใช้จ่าย 

ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่มองหาความปลอดภัยและความคุ้มค่าเป็นหลัก เพราะมีภาระที่ต้องดูแลมากมาย จนอาจกังวลว่าตัวเองจะหลุดโฟกัสจากเรื่องสำคัญภายในบ้านไปได้นั่นเอง ยุคนี้จึงมีการสร้างสรรค์อุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ที่สามารถช่วยดูแลบ้านให้คนทำงานที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานได้ 

อุปกรณ์อัจฉริยะที่หลายบ้านได้นำมาใช้เป็นตัวช่วยดูแลบ้านมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ  ระบบล็อกประตูแบบดิจิทัล และหลอดไฟอัจฉริยะ ซึ่งราคาของอุปกรณ์อัจฉริยะในช่วงแรกที่เริ่มวางขายยังค่อนข้างสูง อีกทั้งคนส่วนใหญ่มีความกังวลเพราะยังไม่เข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้นัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาต่อเนื่อง ผู้คนเริ่มเข้าใจและคุ้นเคยกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงอุปกรณ์มีราคาถูกลง พร้อมตัวเลือกที่หลากหลาย ทุกคนจึงเริ่มเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่ายและนิยมใช้กันมากยิ่งขึ้น แต่อุปกรณ์แต่ละชิ้นต้องใช้การสั่งงานและควบคุมที่แตกต่างกันออกไปตามแบรนด์นั้น ๆ  ไม่มีระบบศูนย์กลางที่สามารถควบคุมจากจุดเดียวได้ จึงอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบสักเท่าไร

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านที่อยู่อาศัย หรือ Living Tech ช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างครบวงจร โดย True ได้พัฒนานวัตกรรมโซลูชัน Smart LivingTECH ที่จะเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็นบ้านอัจฉริยะ สามารถควบคุมและสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ IoT Smart Home ต่าง ๆ ภายในบ้านผ่านแอปพลิเคชัน True LivingTECH แอปเดียวครบจบ ทั้งสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน คุณสามารถตรวจสอบอุปกรณ์อัจฉริยะทุกอย่างผ่านหน้าจอโทรศัพท์ที่คุณใช้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำได้ 

มาเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็นบ้านในฝันที่ดูแลคุณได้ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะกัน

ตอนนี้อยากชวนให้ลองจินตนาการในช่วงเวลาเย็นๆ ที่คุณกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงาน และเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งวัน เมื่อกลับถึงบ้าน เพียงเปิดประตู หลอดไฟในบ้านจะถูกเปิดให้ความสว่างไสวทันที และเมื่อก้าวเข้าห้องนั่งเล่นก็ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม ๆ มีโทรทัศน์เปิดไว้รอให้คุณดูหนังเรื่องโปรด พร้อมพัดลมหรือแอร์ที่กำลังเริ่มทำงาน มอบความเย็นให้คุณแบบที่ไม่ต้องลุกไปเปิดเอง เพราะ Smart Door Lock ประตูบ้านสุดไฮเทค สามารถตั้งค่าเชื่อมต่อกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน เมื่อคุณกลับมาถึงแล้วกดรหัสที่ประตู เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คุณตั้งค่าไว้ ก็จะถูกเปิดเพื่อมอบความสบายต้อนรับคุณได้ทันที

หากต้องเดินทางไกลและทิ้งบ้านไปหลายวัน คุณสามารถตรวจสอบและสอดส่องดูแลบ้านของคุณได้อย่างสบายใจผ่าน Smart CCTV Camera 1080P กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม คุณสามารถดูแลบ้านให้ปลอดภัยได้เสมอ ด้วยเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อตรวจสอบความผิดปกติ เมื่อมีใครที่พยายามบุกรุกบ้านของคุณ  ก็จะมีการแจ้งเตือนไปยังแอปที่คุณใช้งานทันที

สำหรับใครที่มีลูกน้อย และอยากจะทำงานบ้านอยู่อีกห้อง แต่ยังเป็นห่วงต้องคอยสอดส่องดูแลลูกไปพร้อมกัน สามารถใช้ Smart Baby Camera กล้องวงจรปิดอัจฉริยะสำหรับเด็ก คอยเฝ้าดูแลลูกน้อยของคุณ หรือจะส่งเสียงเพลงกล่อมลูกก็สามารถทำได้ พร้อมทั้งยังมีการตรวจจับและตั้งอุณหภูมิและความชื้นภายในห้องของลูกให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดี

ส่วนบ้านไหนที่มีสัตว์เลี้ยง เป็นทาสน้องหมา น้องแมว กลัวน้องจะหิวเมื่อออกไปทำงานนอกบ้านหรือเดินทางไปต่างจังหวัด คุณก็สามารถใช้ AUTOBOT Pet Feeder Food เครื่องให้อาหารสัตว์อัตโนมัติ ดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักเหมือนกับคุณอยู่ใกล้ ๆ ได้ ด้วยการควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ที่ช่วยให้คุณเห็นสัตว์เลี้ยง และสามารถส่งเสียงเรียกและพูดคุยได้ เพียงเท่านี้สัตว์เลี้ยงของคุณก็คงจะไม่เหงาเวลาที่รอคอยคุณกลับบ้าน

สำหรับใครที่มักจะหลงลืม เมื่อเดินทางออกจากบ้านแล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้น คุณสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการเลือกใช้ Smart Plug ปลั๊กไฟอัจฉริยะ ที่จะช่วยเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาภายในบ้านคุณให้กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เพียงแค่เสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์ Smart Plug แล้วเชื่อมต่ออุปกรณ์ไว้ในแอป คุณก็สามารถสั่งการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านแอปได้เสมอ แม้ว่าคุณจะออกจากบ้านไปแล้ว 

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แล้ว ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะอีกหลายชิ้นที่จะช่วยให้คุณดูแลบ้านได้อย่างไม่ต้องกังวล ที่สำคัญคือ คุณรู้หรือไม่ว่าการนำอุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้เข้ามาช่วยดูแลบ้านนั้น สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 30-40 % ซึ่งจากผลวิจัยของสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป พบว่าในกลุ่มผู้ใช้อุปกรณ์อัจฉริยะเหล่านี้ภายในบ้าน สามารถประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัวเมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นมีการเชื่อมต่อกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ที่ช่วยจดจำและประเมินการใช้งานของอุปกรณ์เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งการเชื่อมต่ออุปกรณ์เหล่านั้นจะสามารถทำได้ดีมากขึ้นผ่านการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ หรือ 5G เข้ามาช่วย


อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และ 5G ช่วยเชื่อมต่อและสั่งงานทุกอุปกรณ์ในบ้านได้แบบ Seamless 

การเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การใช้งานของอุปกรณ์อัจฉริยะนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะช่วยในการสั่งการและแจ้งเตือนการตั้งค่าต่าง ๆ ของอุปกรณ์อัจฉริยะได้ ในยุคที่ 5G เข้ามามีบทบาทยิ่งทำให้ทุกการเชื่อมต่อดีขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็ว แต่รวมไปถึงความหน่วงต่ำ (Low Latency) ซึ่งเอื้อให้ทุกอย่างตอบสนองได้แบบเรียลไทม์ พร้อมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ภายในบ้านของคุณที่เชื่อมต่อกับเน็ตบ้าน และตัวคุณที่อยู่นอกบ้าน ซึ่งเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ผ่านสมาร์ทโฟนทำให้ทุกอย่างเป็น Seamless 

เพียงแค่มีเน็ตบ้านและอุปกรณ์ IoT Smart Home คุณก็สามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นบ้านอัจฉริยะได้แล้ว ยิ่งตอนนี้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของทรูออนไลน์ครอบคลุมทั่วประเทศ ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ สามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น True เข้าใจไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านยุคใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ได้ครบครัน จึงจัดแพ็กเกจเน็ตบ้านไฟเบอร์พร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น กล้อง CCTV และบริการเสริมต่าง ๆ เปลี่ยนบ้านคุณให้เป็นบ้านอัจฉริยะ ช่วยให้การเชื่อมต่อของคุณลื่นไหลได้กว่าที่เคย

ตอบโจทย์เทรนด์บ้านอัจฉริยะแห่งอนาคตด้วย Smart LivingTECH จาก True 

เทรนด์บ้านอัจฉริยะในอนาคตที่เน้นทั้งในเรื่องความปลอดภัย ความบันเทิง ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม สามารถเกิดขึ้นได้จริงทั้งหมด เพียงคุณมองหาตัวช่วยดี ๆ อย่างเทคโนโลยี Smart LivingTECH ของ True ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ภายในบ้านครบครัน อีกทั้งยังมีเน็ตบ้านทรูออนไลน์ที่เสถียรและเร็วแรง ช่วยเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ให้สามารถควบคุมได้อย่างราบรื่น เปลี่ยนให้บ้านดูแลคุณ และเปลี่ยนให้คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อ่านต่อ
เคล็ดลับฉบับย่อ ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากมัลแวร์
True Cyber Care 10 พ.ค. 2565

ที่ผ่านมาเราได้ยินข่าวเกี่ยวกับมัลแวร์ (Malware) มาบ่อยครั้ง แต่รู้ไหมว่าคำที่คุ้นหูนี้ อาจเป็นภัยใกล้ตัวกว่าที่คิด!
 

ในยุคที่ทุกคนต่างใช้เทคโนโลยีสุดทันสมัย และใช้ชีวิตอยู่กับกิจกรรมออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ ภัยจากมัลแวร์เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา  มัลแวร์ที่ว่านี้คือ ซอฟต์แวร์หรือโค้ดที่มิจฉาชีพหรือแฮ็กเกอร์สร้างขึ้นโดยมีจุดประสงค์ร้ายและเป็นอันตรายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของทุกคน 

รู้ทันมัลแวร์ ภัยที่แฝงมากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

แม้ว่ากลไกของมัลแวร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการหลอกลวงในลักษณะนี้มานานแล้ว แต่ในปัจจุบันมิจฉาชีพปรับเปลี่ยนกลโกงให้แนบเนียนมากยิ่งขึ้น 

ตัวอย่างของภัยมัลแวร์ที่เห็นได้ชัดจากสถานการณ์ในเวลานี้คือ มิจฉาชีพหรือแฮ็กเกอร์จะส่ง SMS มาหลอกลวงผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ด้วยข้อความดูน่าเชื่อถือ เช่น ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร เพื่อชักจูงให้กดลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอม หรือหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม


หากผู้ใช้เผลอกดลิงค์ที่ได้มาก็จะเข้าสู่เว็บไซต์ปลอม หรือติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมไว้กับเครื่องโทรศัพท์ จากนั้นก็มีข้อความหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อผู้ใช้ (Username) และรหัสผ่าน (Password) ข้อมูลเหล่านี้มิจฉาชีพจะใช้แฮ็กเข้าระบบเพื่อขอสิทธิ์ในการเข้าถึงอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งเท่ากับเป็นการอนุญาตให้มัลแวร์เข้ามาแฝงในอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว 


จากนั้นแฮ็กเกอร์ก็เข้าจัดการการสมัครบริการต่างๆ ที่คิดค่าบริการเหมือนกับเจ้าของเครื่องทำรายการเอง โดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัวเลย เช่น การสมัครรับ SMS เป็นต้น  ส่วนข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของอุปกรณ์จะถูกส่งกลับไปหาแฮ็กเกอร์เช่นกัน โดยแฮ็กเกอร์จะใช้ข้อมูลหรือโค้ดที่ได้มาล้วงข้อมูล ควบคุม และติดตามการใช้งาน รวมไปถึงสามารถทำลายข้อมูล พร้อมนำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ในทางไม่ดีโดยที่เจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว ทั้งยังส่งข้อความกลับไปหลอกลวงต่อเรื่อยๆ อีกด้วย
 

เคล็ดลับจัดการภัยมัลแวร์ด้วยตัวเอง

เมื่อรู้เท่าทันช่องทางของภัยมัลแวร์แล้ว ทุกคนสามารถจัดการและป้องกันตัวเองจากมัลแวร์ได้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ทำได้ทันที ดังนี้  

ควรอัปเกรดระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ให้เป็นปัจจุบันเสมอ
ปิดบลูทูธ และ NFC (Near-field communication เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายด้วยคลื่นความถี่ในระยะใกล้) ทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน 
ไม่ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Hotspot ตามที่สาธารณะหรือไม่ทราบแหล่งที่มา
หลีกเลี่ยงการทำเจลเบรคหรือรูทเครื่อง
ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส เพื่อป้องกันมัลแวร์ โดยพิจารณาแอปพลิเคชันที่มีความน่าเชื่อถือและเรตติ้งสูงเท่านั้น ผู้ใช้ระบบ Android ดาวน์โหลดจาก Google Play Store และผู้ใช้ระบบ iOS ดาวน์โหลดจาก App Store

แต่ละวิธีสามารถช่วยปกป้องอุปกรณ์ของเราจากภัยมัลแวร์ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการติดตามอัปเดตข่าวสาร และระวังตัวก่อนทำกิจกรรมหรือธุรกรรมทางออนไลน์ให้มากขึ้น
 

ทรูใส่ใจทุกปัญหา มุ่งมั่นดูแลลูกค้าให้ปลอดภัยจากทุกภัยไซเบอร์

 

ทรูตามติดสถานการณ์ภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เราโดยมีหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่พร้อมดูแลลูกค้า และไม่เคยหยุดพัฒนาระบบ และพร้อมอัปเกรดให้ทันสมัย เท่าทันต่อเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของเหล่ามิจฉาชีพ ตลอดจนภัยไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยความห่วงใยใส่ใจความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ 
 
สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ที่พบปัญหา SMS กินเงิน SMS กวนใจ หรือ SMS ขยะ สามารถยกเลิกข้อความประชาสัมพันธ์ผ่าน SMS ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่าน 2 ช่องทาง คือ
 
  • กด *137 แล้วกดโทรออก กด 1 ตรวจสอบ SMS ที่ถูกคิดค่าบริการ กด 2 ยกเลิก SMS ข้อความประชาสัมพันธ์ หรือ กด 3 ยกเลิก SMS ที่ถูกคิดค่าบริการ  โดยลูกค้าทรูมูฟ เอช โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 
  • จัดการผ่านแอปพลิเคชัน True iService ได้ทันที
ลูกค้าสามารถทำตามวิธีการง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยดูจากคลิปวิดีโอนี้
 

 
หากพบปัญหาการถูกเรียกเก็บค่าบริการคอนเทนต์ดาวน์โหลด ซึ่งอาจเกิดจากภัยไซเบอร์ที่แฝงมากับสื่อออนไลน์  SMS หลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือมัลแวร์ที่แฝงเข้ามาในเครื่องโทรศัพท์  สามารถสอบถาม ขอคำแนะนำ และยกเลิกบริการคอนเทนต์ดาวน์โหลด ได้ที่ ศูนย์เฉพาะรับเรื่องแก้ปัญหาบริการคอนเทนต์ดาวน์โหลด โทร. 02-700-8085 ทุกวัน เวลา 9.00 – 18.00 น. ลูกค้าทรูมูฟ เอช โทรฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ 
 
นอกจากนี้ ทรูยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องลูกค้าให้ปลอดภัย ห่างไกลจากมิจฉาชีพ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยร่วมมือกับ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือ ศูนย์ PCT และ กสทช. เปิด Hotline 9777 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเบอร์โทรต้องสงสัย และ SMS มิจฉาชีพ ลูกค้าทรูมูฟ เอช โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง 
 
และเพื่อเสริมเกราะป้องกันภัยไซเบอร์ ทรูยังมุ่งเน้นการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และอัปเดตภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ ๆ ผ่านเว็บไซต์ True Cyber Care ให้ลูกค้าทรูและผู้บริโภครู้ทันก่อนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ คลิกดูข้อมูลได้ที่นี่
 
ลูกค้าของทรูมั่นใจได้ว่า ทรูพร้อมดูแลลูกค้าทุกคนให้ใช้บริการได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากทุกภัยไซเบอร์ 
อ่านต่อ